วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูรูฟันธง กนง. ‘คง’ ดอกเบี้ย สัญญาณศก.พ้นจุด ‘ต่ำสุด’

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในวันนี้(24มิ.ย.) ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 4 ในรอบปี 2563 โดย “นักเศรษฐศาสตร์” ส่วนใหญ่ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% หลังจากที่ปีนี้ลดมาแล้ว 3 ครั้ง จากระดับ 1.25% มาอยู่ที่ 0.5%

“สมประวิณ มันประเสริฐ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การประชุม กนง. ครั้งนี้ เชื่อว่าที่ประชุมจะมีมติเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ เริ่มดีขึ้น เพียงแต่ต้องติดตามถ้อยแถลงของ กนง. ว่าจะส่งสัญญาณต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและคุณภาพสินเชื่อในระยะข้างหน้าอย่างไร

โดยเฉพาะประเด็นเรื่องคุณภาพสินเชื่อ ต้องติดตามดูว่า กนง. จะแสดงความเป็นห่วงต่อแนวโน้มหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะนำไปสู่มาตรการต่างๆ ที่ออกมาดูแลในระยะข้างหน้า ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจในปัจจุบันถือว่าเริ่มทรงตัวแล้ว ขณะที่เงินเฟ้อไม่ได้เป็นแรงกดดันที่มากนักต่อการทำนโยบายการเงิน

สมประวิณ บอกด้วยว่า สิ่งที่ฝ่ายวิจัยกรุงศรีติดตามดูในขณะนี้ คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจระยะข้างหน้าจะใช้เวลานานแค่ไหน หากการฟื้นตัวยังค่อยเป็นค่อยไป ผู้ประกอบการและคนไทยไปยังมีรายได้กลับมาแบบช้าๆ เรื่องสายป่านธุรกิจจะกลับมาเป็นประเด็นสำคัญ

“พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ภัทร ประเมินว่า กนง. น่าจะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% เช่นเดิม สาเหตุเพราะพัฒนาการทางเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่มีอะไรที่แตกต่างจากการประชุมในครั้งก่อนมากนัก อีกทั้งการประชุมรอบที่ผ่านมา แม้จะมีมติให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง แต่ก็เป็นการลดด้วยคะแนนที่เฉียดฉิว 4 ต่อ 3 เสียง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามในการประชุมครั้งนี้ คือ การปรับประมาณการทางเศรษฐกิจของ ธปท. ว่าจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่า ธปท. คงปรับลดคาดการณ์การเติบโตลงจากปัจจุบันที่ประเมินไว้ว่าจะหดตัวราว 5.3% เนื่องจากเวลานี้ผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยวถือว่ารุนแรงกว่าที่เคยประเมินไว้เดิม เพราะทุกวันนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเลย

“รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีที่ผ่านมาคิดเป็นสัดส่วนราว 12% ของจีดีพี ซึ่งปีนี้โดนผลกระทบเต็มๆ ไม่รู้ว่าจะกลับมาได้เมื่อไหร่ ในส่วนนี้จึงมีผลกระทบต่อการเติบโตของเราพอสมควร แม้ว่าภาครัฐจะมีมาตรการออกมาดูแล ผ่านการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งก็คิดเป็นเพียง 5-6% ของจีดีพีเท่านั้น และยังไม่รู้ว่า เงินเหล่านี้จะนำออกมาใช้ได้ทั้งหมดเท่าไร ผลกระทบโดยรวมต่อเศรษฐกิจปีนี้จึงดูแรงกว่าที่แบงก์ชาติเคยประเมินไว้ เราจึงเชื่อว่า รอบนี้แบงก์ชาติคงปรับลดประมาณการจีดีพีลงอีกรอบ”

“นริศ สถาผลเดชา” หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า กนง. น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% เพราะถ้าดูภาพรวมเศรษฐกิจไทย น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเพียงแต่การฟื้นตัวยังต้องใช้เวลาอีกระยะขณะเดียวกัน กนง. เองคงเริ่มกลับมากังวลประเด็นเรื่องความเสี่ยงเสถียรภาพระบบการเงินหากดอกเบี้ยนโยบายต้องลดต่ำลงไปมากๆ รวมทั้ง กนง. น่าจะอยากเก็บกระสุนเอาไว้ เผื่อเกิดการระบาดในรอบสองขึ้นมา

“ช่วงที่ผ่านมาเราเห็นเงินฝากโยกเข้ามาในระบบแบงก์พาณิชย์จำนวนมาก ทำให้แบงก์ใหญ่ๆ ต้องลดดอกเบี้ยออมทรัพย์ลง ซึ่งเรามองว่าหากดอกเบี้ยนโยบายลดลงไปอีกอาจกดดันให้ดอกเบี้ยออมทรัพย์ลดลงตาม ซึ่งจะทำให้คนหันไปเทกความเสี่ยงกันมากขึ้น พฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนสูงจะกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง”

อย่างไรก็ตามการประชุม กนง. นัดนี้คงต้องจับตาดูว่าที่ประชุมที่มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่อย่างไร ซึ่งศูนย์วิเคราะห์ทีเอ็มบี ยังประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้หดตัวที่ 5% แม้ว่ารายได้จากการท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไปจำนวนมาก แต่เชื่อว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศเข้ามาชดเชย