วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกฯ แห่เพิ่มราคา ‘ซีพีเอฟ’ โตสวนวิกฤตโควิด !

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 กลายเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ และกดดันการทำธุรกิจในแทบทุกอุตสาหกรรม สะท้อนจากผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2563 ที่กำลังทยอยประกาศออกมา

จะเห็นว่าหลายบริษัทเจ็บหนักเข้าขั้นโคม่า โดยเฉพาะในกลุ่มท่องเที่ยว สายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร พลิกขาดทุนเลือดโชกกันไปเยอะ เพราะได้รับผลกระทบไปเต็มๆ หลังหลายประเทศรวมทั้งไทยมีการล็อกดาวน์ปิดประเทศปิดน่านฟ้า ทำให้นักท่องเที่ยงต่างชาติไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศและเข้ามาท่องเเที่ยวในประเทศไทยได้ ขณะที่ในประเทศมีการรณรงค์ให้ประชาชน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” และประกาศเคอร์ฟิวห้ามเดินทางข้ามจังหวัดหากไม่จำเป็น

ถือว่าเป็นปีที่ปราบเซียนจริงๆ หนักหนาสาหัสกว่าหลายๆ วิกฤตที่ผ่านมา เพราะเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งน้อยรายที่จะฝืนภาวะตลาดไปได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี หนึ่งในนั้น คือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ของตระกูลเจียรวนนท์ ที่ขอโตสวนวิกฤต

หลังรายงานกำไรไตรมาส 1 ปี 2563 ออกมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์เล่นเอาฮือฮาไปทั้งตลาด โดยมีกำไรสุทธิ 6,110 ล้านบาท เทียบกับช่วงปกติที่มีกำไรเฉลี่ยไตรมาสละ 4 พันล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 1,831 ล้านบาท หรือ 43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 4,279 ล้านบาท

งานนี้ต้องยกนิ้วให้เลย ! ไม่เสียแรงเจ้าของสมญานามครัวโลกซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์ และธุรกิจอาหาร โดยส่งออกไปมากกว่า 30 ประเทศ ใน 5 ทวีป ครอบคลุมประชากรมากกว่า 3 พันล้านคน

แม้ว่าการล็อกดาวน์จะส่งผลกระทบต่อการขนส่งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ที่ต้องปิดกิจการชั่วคราว ทำให้ยอดสั่งซื้อสินค้าในกลุ่มนี้ชะลอตัวลงไปบ้าง แต่ในภาพรวม อาหารยังเป็น 1 ใน ปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ยิ่งในช่วงที่มีการระบาดหนักๆ ยิ่งทำให้ประชาชนแตกตื่นแห่ตุนอาหาร ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง จนทำให้สินค้าหลายชนิดขาดตลาด

ขณะที่ปัจจัยสำคญที่ช่วยหนุนกำไรโตแกร่งมาจากราคาเนื้อหมูเนื้อไก่ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเนื้อหมูหลังเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ในประเทศจีน, เวียดนาม และกัมพูชา ทำให้ผลผลิตลดลงไปเยอะ ขณะที่ความต้องการยังเท่าเดิม อย่างเช่นที่เวียดนามมีการระบาดหนัก หมูล้มตายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในฟาร์มของผู้เลี้ยงรายย่อย ส่งผลให้ราคาเนื้อหมูปรับขึ้นแรงจากกิโลกรัมละ 46,000-47,000 ดอง เป็นกว่า 70,000 ดอง ส่วนราคาเนื้อไก่ค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังได้รับประโยชน์จากราคาวัตถุดิอาหารสัตว์ที่ลดลง โดยเฉพาะข้าวโพดซึ่งผลผลิตออกมาจำนวนมาก ส่งผลให้ต้นทุนลดลง โดยอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้นเพิ่มเป็น 18.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 14.1% และ 15.7% ในไตรมาสก่อน

โดยในไตรมาส 1 ปี 2563 บริษัทมียอดขายรวมทั้งสิ้น 138,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นยอดขายจากกิจการในประเทศ 44,348 ล้านบาท เพิ่ม 6% และ กิจการต่างประเทศ 93,787 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%

ถือว่าเริ่มต้นออกสตาร์ทได้สวย ท่ามกลางภาวะวิกฤตปัจจัยลบท่วมตลาด แต่กลับโชว์ฟอร์มได้ดีเกินคาด เชื่อว่าภาพรวมทั้งปีได้ลุ้นเห็น “ออลไทม์ไฮ” ไม่ไกลเกินเอื้อ ยิ่งขณะนี้สถานการณ์ในประเทศดีขึ้นตามลำดับ ผู้ป่วยใหม่ลดลงเหลือตัวเลขหลักเดียว นำมาสู่การปลดล็อกเฟส 2 ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง น่าจะช่วยหนุนยอดขายในประเทศค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นตามไปด้วย

ส่วนสถานการณ์ในต่างประเทศ หลายประเทศยังวิกฤต อย่างเช่นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกหมูรายใหญ่ของโลก หลายโรงงานต้องปิดชั่วคราว ลูกค้าต้องหาแหล่งผลิตใหม่มาทดแทน กลายเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่มีความพร้อม ขณะที่จีนกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ญี่ปุ่นผ่อนคลายล็อกดาวน์เป็นที่เรียบร้อย หนุนดีมานด์ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ด้วยผลประกอบการที่ออกมาดีเกินคาด แนวโน้มราคาเนื้อสัตว์ที่ยังทรงตัวในระดับสูง จึงไม่แปลกที่จะเห็นนักวิเคราะห์หลายสำนักทยอยออกมาปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น CPF กันอย่างคึกคัก ! กลายเป็นหุ้นที่โตสวนวิกฤตโควิดอย่างแท้จริง