IMF ปรับลด GDP โลก -3% จาก +3.3% ซึ่งรุนแรงกว่าช่วงวิกฤติซับไพรม์
และต่ำที่สุดนับจากเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great depression) ประเมินการค้าโลกหดตัว 13-32% ขณะที่มีประเทศขอความช่วยเหลือกว่า 90 ประเทศ โดย GDP สหรัฐฯ และยุโรป คาดติดลบ 5.9% และ 7.5% ขณะที่จีนและอินเดียเป็นบวก 1.2% และ 1.9% สำหรับไทย -6.7% แม้ IMF คาดเศรษฐกิจโลกปี 2564 จะกลับมาเติบโต 5.8% แต่ประเมินมีความเสี่ยงทางลงจากสถานการณ์ระบาดที่ยังไม่แน่นอน
ระวังความผันผวนของหุ้นกลุ่มพลังงานที่เป็นกลุ่มหลักพาตลาดฟื้นรอบนี้ ราคาน้ำมันปรับลดลงแรง หลังซาอุดิอาระเบียยังคงปรับลดราคาขาย (Officially selling price: OSP) น้ำมันในเอเซียลง และจะยังคงผลิตน้ำมันเต็มกำลังการผลิตก่อนที่จะเริ่มปรับลดลงในช่วง พ.ค.63 เป็นต้นไป ความต้องการใช้น้ำมันที่ยังคงอ่อนแอทำให้ต้องระวังแรงทำกำไรในกลุ่มพลังงานที่เป็นหุ้นนำตลาดในรอบนี้ หากนับจากราคาปิด 13 มี.ค. SET Index ปรับตัวขึ้น 144.44 จุด ราวครึ่งหนึ่ง มาจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน 35 จุด ปิโตรเคมี 13 จุด และ ไฟฟ้า 19 จุด
ระวังตลาดฟื้นตัวเร็วเกินไป ขณะที่การกลับมาเปิดเมืองโดยเร็วไม่ง่าย แม้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการผ่อนปรนมาตรการปิดเมือง แต่ประเมินไม่ใช่เรื่องง่าย หลังผู้ติดเชื้อของญี่ปุ่นกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อสิงคโปร์เพิ่มขึ้นจนมากกว่าประเทศไทยในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้การกลับมาเปิดเมืองอย่างรวดเร็วอาจทำไม่ได้ง่ายนัก ขณะที่ราคาหุ้นสะท้อนความเสี่ยงตลาดตราสารหนี้ที่ลดลง และได้รับอานิสงค์จากสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่อาจยังไม่สะท้อนความยากลำบากในการดำเนินงานและกำลังซื้อที่จะลดลงทำให้ประมาณการต่างๆยังมีความไม่แน่นอน
การปรับขึ้นต่อควรแบ่งทำกำไร แม้ดัชนีความเสี่ยงและความผันผวนหลายตัวส่งสัญญาณดีขึ้นในระยะสั้น แต่ผลประกอบการมีโอกาสปรับลดลงหลังการประกาศผลประกอบการ และความเสี่ยงจากตลาดตราสารหนี้ที่คาดว่าจะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเน้นการแบ่งทำกำไรและเพิ่มการถือเงินสด หลังประเมินตลาดจะฟื้น 200 จุด มาตั้งแต่ 24 มี.ค.
ภาพรวมกลยุทธ์ แม้มีโอกาสจะลุ้นต่อยอดไป 1250-1270 จุด หรืออาจถึง 1300 จุด แต่การเก็งกำไรควรกำหนดจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง และใช้การหลุด 1185 จุด เป็นจุดตัดสินใจชะลอการเก็งกำไร // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร EPG*, TOP*, THRE* / ทยอยสะสม ADVANC, CPALL*, THRE*, EGCO, RATCH
แนวรับ 1,237-1,250 / แนวต้าน : 1,270 จุด สัดส่วน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
ประเด็นการลงทุน
ซาอุฯ หนุนทรัมป์ กำลังการผลิตน้ำมันอาจลดได้ถึง 20 ล้านบาร์เรล - ซาอุฯ หนุนคำพูดทรัมป์ที่ว่าปริมาณการลดการผลิตน้ำมันทั่วโลกอาจสูงถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบกับข้อตกลงกลุ่ม OPEC+ ก่อนหน้านี้ที่ตั้งเป้าไว้ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน
สหรัฐฯ อาจเปิดเมืองบางรัฐฯ – ประธษนาธิปดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์แผนการเปิดเศรษฐกิจใกล้ได้ข้อสรุป และอาจมีบางรัฐจะสามารถยกเลิกมาตรการกักันเข้มข้นได้ 1 พ.ค. โดยจะมอบอำนาจให้ผู้ว่าการรัฐฯตัดสินใจ
คลังปัดข่าวขายหุ้น THAI ให้เอกชน - สคร.ยืนยัน กระทรวงการคลังไม่มีแผนขายหุ้น บมจ.การบินไทย (THAI)ให้เอกชนทั้ง PTT และ AOT รวมถึง ธนาคารออมสินตามที่มีข่าว
GDP -7.7% - สมาคมธนาคารพาณิชย์ประเมินโควิด-19 กระทบ GDP ไทย -7.7% เศรษฐกิจสูญเงิน 1.3 ล้านล้านบาท
กสทช. เตรียมถกมาตรการเยียวยา ลดค่าบริการมือถือ 10-30% - กสทช.เตรียมประชุมกลุ่มผู้ให้บริการมือถือ 5 ราย ได้แก่ ADVANC, DTAC, TRUE, TOT, รวมถึง กสท หารือถึงมาตรการเยียวยาผลกระทบ Covid-19 โดยเบื้องต้นคาดขอผู้ให้บริการปรับลดอัตราค่าบริการลง 10-30%
ประเด็นติดตาม: 15 เม.ย. – US Retail Sales เดือน มี.ค. / 16 เม.ย. – US Beige Book, 17 เม.ย. – China GDP Q1/20
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









