วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดยังมีแนวโน้มผันผวน หากมีมาตรการชดเชยรายได้ จะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบมาตรการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดตราสารหนี้

จากสถานการณ์ไถ่ถอนหน่วยลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้มูลค่าต่อหน่วยลงทุน (NAV) ลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากการเร่งขายเพื่อรองรับการไถ่ถอนหน่วย ในขณะที่สภาะตลาดไม่เอื้ออำนวยทำให้เกิดส่วนลดจากราคาตลาดมาก และซ้ำเติมให้ NAV ยิ่งปรับลดลง จนเกิดสถานการณ์ที่บลจ.บางแห่งออกประกาศห้ามไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนที่จะยกเลิกในเวลาต่อมา ดังนั้นช่วงสุดสัปดาห์ทางธปท., กลต., สมาคมธนาคารไทยและสมาคมบริษัทจัดการลงทุน จึงได้หารือและออกมาตรการสร้างความเชื่อมั่น ได้แก่ 1) ธปท.สนับสนุนสภาพคล่องในการไถ่ถอนหน่วยลงทุน ผ่านธนาคารพาณิชย์ 2) จัดตั้งกองทุนมูลค่า 70,000-100,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการออกตราสารหนี้ทดแทนที่หมดอายุ (Roll over) 3) เพิ่มสภาพคล่องในการรับซื้อคืนหันธบัตรรัฐบาล 4) การเสนอให้สภาวิชาชีพบัญชี ผ่อนผันการรับรู้การด้อยค่าเงินลงทุนในงบการเงินบริษัทจดทะเบียน 5) การผ่อนผันเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น และเรื่องอื่นๆ ส่งผลให้น่าจะช่วยลดความกังวลเกินเหตุ และแรงปรับพอร์ตของนักลงทุน ซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์ไม่ลุกลามจนเป็นวิกฤติของตลาดการเงินในประเทศ

ตลาดยังคงกังวลกับความเสี่ยง หลังการติดเชื้อทั่วโลกยั่งเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง และผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนคิดเป็นกว่า 3 เท่าของจีน (2.5 แสนราย ต่อ 8 หมื่นราย)  โดย 4 ประเทศหลักในยุโรป (อิตาลี, สเปน, เยอรมนี และฝรั่งเศส) ล่าสุดเพิ่ม 12,735 ราย ขณะที่สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นวันเดียวถึง 9,339 ราย ขณะที่ดัชนีล่วงหน้าดาวโจนส์เช้าวันจันทร์ ปรับลดลงมากจนแตะระดับหยุดพักการซื้อขายอีกครั้ง หลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ ยังไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาเพียงพอ

สถานการณ์ระบาดในไทย เร่งตัวขึ้นตามที่คาด โดยมีผู้ติดเชื้อล่าสุด 188 ราย โดย 108 ราย ไม่ทราบที่มา ซึ่งแปลว่าเป็นการระบาดที่น่าจะอยู่ในระยะที่ 3 เราประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะสร้างความผันผวนและแรงกดดันต่อตลาดหุ้น เราคาดหุ้นในกลุ่มห้างสรรพสินค้าและพื้นที่เช่า จะได้รับปัจจัยลบจากการปิดดำเนินงานบางส่วนตามคำสั่งของกทม. ขณะที่ห้างค้าปลีกอย่าง CPALL มีโอกาสได้รับอานิสงค์จากการทำงานที่บ้านที่จะทำให้ยอดขายอาหารพร้อมทาน และยอดสินค้าอื่นๆเพิ่มขึ้น 

ภาพรวมกลยุทธ์ สัปดาห์นี้ยังคงผันผวน ติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอังคารนี้ โดยเฉพาะหลักประกันผู้มีรายได้น้อยหรือได้รับผลกระทบ Covid-19 (ชดเชยรายได้) อาจบวกต่อ CPALL การลงทุนเน้นทยอยสะสมกลุ่มรายได้มั่นคง ที่มีผลตอบแทนปันผลจับต้องได้ อาทิ สื่อสาร ไฟฟ้า ซึ่งมีโอกาสเป็นเป้าหมายการเพิ่มน้ำหนักของนักลงทุนสถาบัน  // หุ้นแนะนำวันนี้ ทยอยสะสม BPP*, INTUCH, ADVANC*, CPF*, CPALL*

แนวรับ 1,076-1,100 จุด / แนวต้าน : 1,164 จุด สัดส่วน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%.

ประเด็นการลงทุน

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สติด circuit breaker – ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สดิ่งแรกติด circuit breaker ในช่วงเช้าวันนี้ (แตะฟลอร์ที่ 5%) จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 หลังรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐนิวยอร์กของสหรัฐประกาศ economic shutdown

คลังเสนอมาตรการดูแลประชาชน-กระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะ 2 – กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอมาตรการดูแลผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ต่อประชาชน รวมถึง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะที่สอง เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในวันอังคารที่ 24 มี.ค.นี้

ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ดีดขึ้น 188 ราย – ตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในไทย เพิ่มขึ้น 188 ราย รวมเป็นจำนวนผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 599 ราย

ค่าระวางเรือ – ล่าสุดอยู่ที่ 625 เปลี่ยนแปลง -5.00 หรือ -3.40%

ประเด็นติดตาม: 24 มี.ค. – EU manufacturing Index เดือน มี.ค. / 25 มี.ค. – ประชุม กนง. / 26 มี.ค. – BOE meeting / 31 มี.ค. – ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)