มติครม.อนุมัติเมื่อวานนี้ให้น้ำหนักในทางบวกค่อนข้างน้อย เนื่องจากนโยบายส่วนใหญ่เน้นลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 มากกว่าเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจหรือกระตุ้นกำลังซื้อ
ตลาดหุ้นวานนี้
SET Index เกิด Technical Rebound เพิ่มขึ้น 15.31 จุด (+1.22%) ปิดที่ 1,271 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.4 หมื่นล้านบาท คาดหวังรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบมีสัญญาณฟื้นตัวจากที่ร่วงแรงในวันก่อนหน้า หนุนหุ้นกลุ่มพลังงานกลับมาเพิ่มขึ้นและเป็นกลุ่มนำตลาด อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิ 7,238 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 2,397 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แต่ Net Long TFEX 6,940 สัญญา ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้
เรามีมุมมองเป็นกลางคาด SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,250 – 1,285 จุด แม้ตลาดจะได้ Sentiment บวกจากตลาดหุ้นต่างประเทศที่ฟื้นตัวคาดหวังสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามปัจจัยนี้ยังไม่มีความชัดเจนของรายละเอียดเป็นไปได้ว่าจะเป็นแค่ Sentiment เชิงบวกในช่วงสั้น และมีความเสี่ยงที่ตลาดจะผันผวนอีกครั้งหากสหรัฐไม่มีการประกาศใช้มาตรการออกมาจริง ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยซึ่ง ครม.อนุมัติเมื่อวานที่ผ่านมาเราให้น้ำหนักในทางบวกค่อนข้างน้อยเนื่องจากนโยบายส่วนใหญ่เน้นลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 มากกว่าเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจหรือกระตุ้นกำลังซื้อ ดังนั้นจึงประเมินการเคลื่อนไหวของ Set Index ในวันนี้จะยังผวนคล้ายกับเมื่อวานที่ผ่านมา
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
- กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลงแรง (TASCO, EPG )
- กลุ่มโรงแรม (CENTEL, ERW) กลุ่มค้าปลีก (CPALL HMPRO, BJC) ได้อานิสงส์ครม.เศรษฐกิจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1 แสนล้านบาท
- กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC) ตอบรับต้นทุนการเงินลดลงจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลง
- กลุ่ม Defensive และปันผลสูง ADVANC, INTUCH, TTW
หุ้นแนะนำวันนี้
- ADVANC (ปิด 191.5 ซื้อ/เป้า 247 บาท) ได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 น้อยสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ และยังได้ผลบวกจากการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล คาดมีการย้ายเงินลงทุนเข้าหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้ Dividend yield สูงเพิ่มมากขึ้น (ADVANC ปี 2020 คาดจ่ายปันผล 7.9 บาทต่อหุ้นให้ Dividend yield ประมาณ 3.9%)
- JMT (ปิด 19.8 ซื้อ/เป้า Bloomberg Consensus 23) จังหวะทองของ JMT ในการเลือกซื้อหนี้ NPL เข้าพอร์ต เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้สถาบันการเงินต่างๆเริ่มทยอยเทขายหนี้เสียออกมา โดย JMT ซื้อหนี้เข้ามาบริหารแล้ว 2.9 พันล้านบาทใน 1Q20 และคาดว่าจะซื้อเพิ่มอีก 3 รายการในช่วง 2Q20 โดยปัจจุบันมีหนี้ในพอร์ตแล้วกว่า 1.74 แสนล้านบาทสร้างกระแสเงินสดและรายได้ให้กับ JMT ไม่น้อยกว่า 10 ปี
บทวิเคราะห์วันนี้
CKP (ปิด 3.66 ซื้อ/เป้า 4.7)
ประเด็นสำคัญวันนี้
- (-) ดาวโจนส์บวกแรงกว่า 1,167 จุด คาดหวัง ทรัมป์ ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: ดัชนีดาวโจนส์ฟื้นตัวแรงกว่า 1,167 จุด (+4.89%) ปิดที่ระดับ 25,018 จุด เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อหุ้นจากที่ร่วงแรงกว่า 2,000 จุด ในวันก่อนหน้า และคาดหวัง ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 อาทิ มาตรการปรับลดภาษีเงินเดือนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชนกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย, มาตรการช่วยเหลือสายการบินและเรือสำราญที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการน้ำมันหลังจากได้รับผลกระทบจาก Price war ของกลุ่ม OPEC อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ยังไม่มีความชัดเจนของรายละเอียดซึ่งอาจจะช่วย Sentiment ตลาดได้แค่ช่วงสั้นจนกว่าจะมีรายละเอียดและช่วงเวลาดำเนินการที่ชัดเจนออกมา
- (+) กลุ่มธุรกิจน้ำมัน – ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวจากข่าวรัสเซียต้องการเจรจากับ OPEC อีกครั้ง และมีรายงานบริษัทน้ำมันสหรัฐเริ่มลดค่าใช้จ่ายในการผลิต: ราคาน้ำมันดิบ WTI ฟื้นตัวในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 3.23 ดอลลาร์ (+10.4%) ปิดที่ระดับ 34.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จาก 1) Technical rebound จากที่ร่วงแรงกว่า 10 ดอลลาร์ หรือ 25% ในวันก่อนหน้า, 2) ตลาดยังมีความหวังว่ากลุ่ม OPEC+ จะกลับมาเจรจากันอีกครั้งหลังจากรัสเซียพร้อมเปิดเจรจากับซาอุฯเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน และ 3) ตลาดคาดหวังกำลังการผลิตในตลาดจะเริ่มลดลงหลังจากที่ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐเริ่มปรับลดงบประมาณในการผลิตปัจจัยนี้คาดว่าจะทำให้จำนวนแท่นขุดเจาะ และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบลดลงในอนาคต
- (+/-) ครม.อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนใหญ่เน้นลดผลกระทบจาก Covid-19 มากกว่ากระตุ้นกำลังซื้อเราให้น้ำหนักเป็นกลางต่อมาตรการนี้: แบ่งเป็นมาตรการทางด้านการเงินเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 อาทิ จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (2%), ลดอัตราดอกเบี้ย และยืดเวลาการชำระหนี้ ส่วนมาตรการด้านภาษีประกอบด้วยการลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย, เร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม, นำค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายจ้างงานลดหย่อนภาษีได้เพิ่ม ส่วนการช่วยเหลือประชาชนเน้นลดภาระการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อาทิ ลดค่าน้ำค่าไฟ ลดเงินจ่ายสมทบกองทุนประกันสังคม และคืนเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้าให้กับครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีมาตรการเพิ่มเติมเช่นการสร้างความเชื้อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดทุนด้วยการผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนของ SSF เป็นเวลา 3 เดือน









