Trading Buy โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้
เราคาดดัชนีฯ ผันผวน (Up & Down) แนวรับ 1215 / 1205 จุด แนวต้าน 1270 / 1285 จุด ประเด็นที่คาดว่าจะมีผลต่อตลาด ได้แก่ 1) DJ Future เช้านี้บวก 1.7% และ WTI Future +2.9% รับข่าวปธน.ทรัมป์ จะแถลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสาคัญวันนี้ หลังวานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทาสถิติร่วงสูงสุดตั้งแต่เกิด financial crisis ปี 2008 2) การวิตกต่อราคาน้ามันดิบโลกดิ่งลงแรงจาก Price War ยังคงเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี ธนาคารฯ 3) ครม.ประชุมวันนี้ พิจารณามาตรการที่เสนอโดยคลัง ส่วนมาตรการแจกเงิน 2 พันบาทเปลี่ยนเป็นคืนเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า 3 พันบาท ทดแทน 4) Ex-Dividend effect มีผลต่อดัชนีฯ วันนี้ -0.19 จุด (หลักๆ มาจาก TFG SMK)
ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้: China-CPI เดือน ก.พ. คาด +5.2% YoY (Vs เดือน ม.ค. 5.4%) PPIเดือน ก.พ. คาด -0.3% MoM (Vs เดือน ม.ค. 0.1%), EU-4Q19E GDP ครั้งสุดท้าย คาด +0.1% QoQ (Vs 3Q19 +0.3%)
สรุปภาวะตลาดหุ้น ทองคำ น้ำมัน วานนี้
- ตลาดหุ้นไทยดิ่งแรงตามภูมิภาค: การปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีกว่า 16% และ 18.7% เป็นปัจจัยกดตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงตลอดการซื้อขายก่อนมาปิดที่ 1255.94 จุด-108.63 จุด-7.96%วอลุ่ม 1.03 แสนล้านบาท กลุ่มอุตฯ อื่นๆ ที่ปรับลดลง ได้แก่ ธนาคารฯ -8.06% อาหาร -6.87% มีเดีย -6.35%
- ตลาดหุ้นโลกร่วงแรงสุดตั้งแต่ปี 2008: การร่วงลงแรงของราคาน้ำมันดิบโลกและวิตกเศรษฐกิจถดถอยจาก COVID-19 ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นโลก โดยตลาดสหรัฐฯ ร่วงแรงสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงิน DJ -7.79% S&P500 -7.6% Nasdaq -7.29% ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดต่ำสุดรอบ 8 เดือน CAC40 -8.39% DAX -7.94% FTSE -7.69%
- น้ำมันดิ่งแย่สุดตั้งแต่ปี 1991 ทองบวกเล็กน้อย: WTI -USD10.15 -24.59% ปิด USD31.13 /บาร์เรล Brent -USD10.91 -24.1% ปิด USD34.36/บาร์เรล โดยลงไปต่ำสุด -30% หลังซาอุฯ ตอบโต้รัสเซียด้วยการลดราคาน้ำมันและเพิ่มการผลิต และคาดจะเกิด price war ส่วนทองคำขึ้นไปแตะระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค. 2012 ที่ USD1702.56 ก่อนถูกขายทำกำไรมาปิด +USD3.3 เป็น USD1675.70/ออนซ์
ประเด็นสำคัญ
- COVID-19 Update: WHO รายงาน ณ วันที่ 9 มี.ค. พบผู้ติดเชื้อทั่วโลก 109,577 ราย (+3,993 รายใหม่) ผู้เสียชีวิต 3,809 ราย (+225 รายใหม่) กระจายไป 104 ประเทศ (+3) โดย 1) จีน มีผู้ติดเชื้อรวม 80,904 ราย (+45) เสียชีวิต 3123 ราย (+23) 2) นอกจีน มีผู้ติดเชื้อรวม 28,673 ราย (+3,948) เสียชีวิต 686 ราย (+202) โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด คือ เกาหลีใต้ 7,382 ราย (+248) อิตาลี 7,375 ราย (+1,492) อิหร่าน 6,566 ราย (+743) ฝรั่งเศส 1,116 ราย (+410) เยอรมนี 1,112 ราย (+317)
+ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: DJ Future เช้านี้บวก 1.7% รับข่าวปธน.ทรัมป์ จะแถลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญวันนี้ จับตามาตรการลดภาษีเงินเดือนและมาตรการช่วยอุตฯ ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ขณะที่รมว.คลังมนูชิน แจ้งว่าประธานเฟดพร้อมที่จะใช้เครื่องมือการเงินทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงิน อย่างไรก็ดี พรรค เดโมแครตไม่เห็นด้วยกับมาตรการลดภาษี เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการ คือ การให้ช่วยหาเงินสนับสนุนหากแรงงานต้องถูกกักตัวเอง (1/4ของ private wokers และ 50%ของพนักงานpart time ไม่มี sick leave รวมถ้ง 1/3 ของ private workers ไม่มีค่ารักษาพยาบาล หากต้องถูกกักตัว14วัน) จึงเสนอให้บริษัทฯ จ่ายค่าจ้างหากมี sick leave และเพิ่มคุ้มครองประกันภัยจากเชื้อไวรัส ทดสอบไวรัสฯ ฟรี ฯลฯ
- Oil: WTI Future เช้านี้ฟื้น 2.9% หลังกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ แจ้งว่ากำลังจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด แต่ Goldman Sachs คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มร่วงลงแตะระดับ USD20 ต่อบาร์เรล หลังจากซาอุฯ วางแผนปรับเพิ่มการผลิตน้ำมันกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน เม.ย. และประกาศลดราคาขายน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการทุกเกรดที่ส่งมอบให้กับลูกค้าทุกประเทศ
+ ไทย: กบง. อนุมัติ 4 มาตรการเร่งด่วน (วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท) ช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชน เพื่อลดผลกระทบ COVID-19
+/- ตัวเลขเศรษฐกิจที่ผ่านมา: Japan-4Q19 GDP แย่กว่าคาด -1.8% QoQ Vs คาด -1.7% QoQ (Vs 3Q +0% QoQ )
กลยุทธ์: Trading Buy โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: INTUCH JASIF CHAYO
หุ้นเก็งกำไร: ควรเน้นเล่นสั้นภายในวัน กลุ่มร่วงแรง>10% วานนี้ PTTEP PTT PLANB BCP และหุ้นพื้นฐานดี BAM JMT หุ้นปันผลสูง INTUCH JASIF









