วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCPG - ซื้อ

กลายมาเป็นผู้เล่นในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนยั่งยืน

Event

อัพเดตข้อมูลบริษัท และเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า Wayang Windu

lmpact

พอร์ตโรงไฟฟ้าในปัจจุบันกระจายตัวดีเพื่อรองรับผลกระทบจาก El Niño และ La Niña

BCPG มีโรงไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนทุกประเภท (พลังความร้อนใต้พิภพ, แสงอาทิตย์, ลม และ น้ำ) ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงด้านภูมิอากาศที่เกิดจากปรากฏการณ์ El Niño และ La Niña โดยโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์จะได้อานิสงส์มากที่สุดจาก El Niño (ภัยแล้ง) ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และลมจะได้อานิสงส์จาก La Niña (ลมมรสุม, พายุ Depression และไต้ฝุ่น)

การเข้าซื้อโครงการ Nam San 3A (69MWe) เป็นหัวใจสำคัญของโครงการพลังนํ้าในลาว

BCPG ได้เข้าซื้อโครงการ Nam San 3A ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้กระแสน้ำจากแม่น้ำมาจาก Phongsubthavy group ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีประสบการณ์ในประเทศลาว (Figure 2) โดยในปัจจุบัน โครงการนี้มีสัญญา PPA อายุ 27 ปี กับ EDL (COD มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2553) ในขณะที่เรามองว่ายังมี upside อีก1 บาท/หุ้น จากการเปลี่ยน offtaker จาก EDL(ที่ราคา US$0.06-0.07 และมีแนวโน้มลดลง) มาเป็น EVN ซึ่งจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่า (คงที่ที่ระดับเกือบ US$0.07) ซึ่งตาม
สัญญาซื้อขายหุ้น จะมีการชำระเงินก้อนที่สองถ้าหากว่าผู้ขายสามารถต่อรอง PPA ใหม่กับ EVN อีก 1.5 ปีได้สำเร็จ เราคาดว่าสัญญา PPA ใหม่จะได้ข้อสรุปในปี 2563 แต่ PPA ใหม่จะมีผลบังคับใช้หลังจากนั้นอีกสองสามปี (เราคาดว่าจะเป็นปี 2567) เนื่องจากการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้า (~70 กม.) ไปยังชายแดน

ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซียฟื้นตัวได้ดี

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ เราได้ไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพ Wayang Windu (227MW ซึ่ง BCPG ถือหุ้นอยู่ 20%) โดย Wayang Windu เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ทำเงินให้บริษัทนับตั้งแต่เข้าซื้อ Star Energy ในเดือนกรกฎาคม 2560 โดย capacity factor ของโรงไฟฟ้าแห่งนี้สูงมาก (93.3% ในงวด 9M62) เนื่องจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้เดินเครื่องตลอด 24/7 เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ (แสงอาทิตย์, ลม) ซึ่งเดินเครื่องได้แค่วันละ 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากโครงการ Wayang Windu แล้ว Star Energy ก็ยังทำโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพ Salak และ Darajat ด้วย (กำลังการผลิตรวม 112 MWe) โดยบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการขยายกำลังการผลิต (Unit 3 และ 4, 24MWe) ในปี 2562-64 และคาดว่าจะเริ่ม COD ได้ในปี 2566-69 ซึ่งเราได้รวมเข้าไว้ในการประเมินมูลค่าหุ้นเรียบร้อยแล้ว

Valuation & Action

เราปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ และให้ราคาเป้าหมาย DCF ปี 2563 ที่ 21.0 บาท รวม upside 1 บาท/หุ้นจากสัญญา PPA ใหม่ที่ทำกับ EVN ของโครงการ Nam San 3A แล้ว เรามองว่าการเข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาวจะทำให้ราคาเป้าหมายของเรามี upside เพิ่มขึ้นอีก เราเลือก BCPG เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มโรงไฟฟ้า ทั้งในแง่ขอราคาหุ้น และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล

Risks

ความล่าช้าในการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่, การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของทางการ, โรงไฟฟ้าหยุดผลิตไฟฟ้า, และความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการใหม่