วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

การพัฒนา EEC กับปัญหาสาธารณสุข | Smart EEC

การพัฒนาต้องมาพร้อมแผนงานที่รัดกุม โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ งต้องมองรอบด้านให้มากเข้าไว้ เช่นเดียวกับโครงการ EEC ที่ไม่เพียงแต่เพ่งไปที่การลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล แต่ควรมองให้ลึกถึงเรื่องใกล้ตัวประชาชนด้วย อย่างเช่นสาธารณสุข

โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการลงทุน ยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงให้สิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดบริษัทข้ามชาติจากทั่วทุกมุมโลกสนใจมาลงทุนตั้งฐานการผลิต

ที่ผ่านมาประเทศไทยยังมีประเด็นที่เป็นปัญหาหลายเรื่อง ทั้งในเรื่องคุณภาพแรงงาน คุณภาพการศึกษา คุณภาพการบริการสาธารณะ และการบริการสุขภาพ ปัญหามลพิษอากาศ น้ำเสีย อีกทั้งยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ดังนั้น หากดำเนินการตามแผนพัฒนา EEC ควรเตรียมรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนา คือ จำนวนประชากร EEC จะเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการใช้บริการและการเข้าถึงบริการทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการรักษาพยาบาล มีจำนวนประชากรแฝงที่ย้ายที่อยู่มาทำงานในพื้นที่เพิ่มขึ้น จะกระทบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรด้านสุขภาพ

ผลจากการขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ อาจส่งผลให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาสารเคมีจากโรงงานรั่ว/ระเบิด การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่ง จะทำให้มีจำนวนพาหนะต่างๆ ที่มากขึ้น อาจมีแนวโน้มปัญหาอุบัติเหตุจราจรเพิ่มสูงและรุนแรงขึ้น หากนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามาก จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอุบัติใหม่ ปัญหาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของผู้ทำงานที่เกิดจากการขยายตัวทางอุตสาหกรรม

การเตรียมการด้านสาธารณสุขรองรับการพัฒนา EEC ควรเริ่มตั้งแต่การใช้เครื่องมือและมาตรการทางกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดทำ EHIA, EIA หรือ HIA ที่ครอบคลุมและรอบด้าน เพื่อช่วยควบคุมกำกับมลพิษที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ควรจัดทำข้อมูลพื้นฐานทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ 

รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังขณะดำเนินโครงการ หน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัดและ อปท.ควรเข้มงวดคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ และควรเข้าใจในการเตรียมป้องกันหรือรับมือกับปัญหามลพิษที่อาจจะเกิดขึ้น 

สำหรับในประเด็นเรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของผู้ทำงานนั้น เน้นปัญหาที่อาจเกิดจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมที่พัฒนาใน EEC ควรมีระบบการรองรับเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ และการขยายตัวทางอุตสาหกรรม อาจส่งผลให้มีการนำแรงงานต่างชาติเข้ามาในพื้นที่ ดังนั้นควรเตรียมการรองรับความแตกต่างทั้งในเรื่องภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของกลุ่มแรงงานด้วย

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ ซึ่งมีปณิธานการทำงานตามแนวทางของพระราชบิดา ที่จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และมุ่งผลิตบัณฑิตให้เป็น "นักสาธารณสุขเพื่อสังคม" ได้เห็นความสำคัญของการเตรียมการรองรับปัญหาสาธารณสุขที่อาจจะเกิดขึ้นจากการพัฒนา EEC 

โดยร่วมมือกับกรมอนามัย กรมควบคุมโรค เขตสุขภาพที่ 6 กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำหลักสูตรการประเมินและเฝ้าระวังปัญหาอาชีวอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม สำหรับหน่วยงานท้องถิ่นใน EEC หรือพื้นที่อื่นที่สนใจ เพื่อให้ได้รับทราบและเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาหรือปัญหาจากการพัฒนา

รวมทั้งทราบถึงการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ การเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน อันจะนำไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพประชาชนต่อไปได้ หลักสูตรจะเน้นการอบรมควบคู่กับเป็นพี่เลี้ยงให้กับหน่วยงานท้องถิ่น มีการให้บริการวิชาการแก่หน่วยทั้งภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริมสุขภาพ อาชีวอนามัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม

ท้ายสุดนี้ หากทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา ได้ร่วมกันดำเนินงานตามบทบาทของตนเองอย่างเต็มที่ ก็จะช่วยให้คนไทยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศได้