วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังมั่นใจยอดใช้จ่ายกระเป๋าสองเร่งตัว

คลังคาดยอดใช้จ่ายกระเป๋าสองชิมช้อปใช้จะเร่งตัว หลังปลดล็อกให้ธุรกิจในเครือทั้งโรงแรม รถเช่า เรือเช่า สามารถจองและใช้ในจังหวัดใดก็ได้ ด้านยอดลงทะเบียนเฟสสองยังคึกคัก โดยยอดเต็ม 5 แสนรายหลังเปิดให้ลงทะเบียนเพียง 1 ชั่วโมง

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยบรรยากาศการลงทะเบียนเฟสสองมาตรการชิมช้อปใช้วันแรก(24ต.ค.)ว่า นับตั้งแต่เวลา 6.00 น.มีผู้เข้าลงทะเบียนอย่างคึกคึก โดยยอดลงทะเบียนเต็มจำนวน 5 แสนคนในเวลา 7.18 น.

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังกำหนดยอดผู้ลงทะเบียนร่วมโครงการเฟสสองนี้จำนวน 3 ล้านคน โดยเปิดให้ลงทะเบียนได้จำนวน 1 ล้านคน แบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเริ่มเวลา 6.00 น.และช่วงที่สองเริ่มเวลา 18.00 น.

“แม้ว่า ยอดลงทะเบียนดังกล่าวจะแสดงถึงความสนใจในการเข้าร่วมโครงการอย่างคึกคักของประชาชน แต่เราจะยังคงจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการไว้ที่ 3 ล้านคน เพราะเห็นว่า เป็นกลุ่มที่มีความต้องการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถลงทะเบียนได้ทันในเฟสแรก”

สำหรับการประเมินยอดการใช้จ่ายในกระเป๋าที่สองนั้นเขากล่าวว่า แม้ว่า ยอดการใช้จ่ายในเฟสแรกจะยังไม่คึกคักมากนัก แต่เชื่อว่า นับจากนี้ไปจะมียอดการใช้จ่ายที่คึกคักมากขึ้น เนื่องจาก เราได้ปรับปรุงเงื่อนไขที่จะเพิ่มจำนวนร้านค้าให้เข้ามาร่วมได้มากขึ้น ประกอบกับ ช่วงปลายปีเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ก็เชื่อว่า จะมีประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

นอกจากนี้ สรรพากรก็ยืนยันที่จะนำข้อมูลการใช้จ่ายเข้าไปประเมินภาษีสำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ จึงเชื่อว่า จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับร้านค้าที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าใช้จ่ายกระเป๋าสองมากขึ้น

“ในเฟสสองนี้ เราได้ปรับปรุงเงื่อนไขสำหรับร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่าง โรงแรมก็สามารถจองใช้ได้ทั้งเครือ รถและเรือเช่าก็สามารถเช่าและใช้ในเครือได้ ส่วนโมเดิร์นเทรดนั้น ยังเป็นไปตามกติกาเดิม เพราะเราต้องการให้การใช้จ่ายกระจายไปยังร้านค้าชุมชน”

เขากล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการอสังหาริมทรัพย์ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ซึ่งจะมีผลหลังจากการประกาศของกระทรวงมหาดไทยนั้น ขณะนี้ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อเร่งให้ออกประกาศดังกล่าว เนื่องจาก กังวลว่า หากมีความล่าช้า จะทำให้ประชาชนชะลอการโอน จะกระทบต่อภาคธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเร่งออกประกาศดังกล่าว ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.2563