ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงหนุนเงินทุนไหลเข้าเอเชีย ระวังความเสี่ยงการเมืองในประเทศรุนแรงกลับมากดดันค่าเงินบาท
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.67 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับ 31.73 บาทต่อดอลลาร์ ช่วงสิ้นสัปดาห์ก่อน
ในส่วนของค่าเงินบาท สัปดาห์นี้เชื่อว่ามีโอกาสแข็งค่ากลับลงได้เนื่องจากตลาดการเงินเข้าสู่ช่วงเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) และในช่วงนี้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในฝั่งตะวันตก สวนทางกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในเอเชียจะยิ่งหนุนเงินทุนไหลเข้า ต้องระวังเพียงความเสี่ยงการเมืองในประเทศที่ยังไม่มีบทสรุป อาจกลับมากดดันค่าเงินบาทได้ถ้ามีสัญญาณว่าการเมืองอาจลามไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น
มองกรอบเงินบาทในวันนี้ 31.64 ถึง 31.74 บาทต่อดอลลาร์และกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.45 ถึง 31.95 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกวันที่ 1 - 4 เมษายน มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาดังนี้ ฝั่งสหรัฐฯ ตัวเลขเศรษฐกิจค่อนข้างผสมผสาน คาดยอดค้าปลีก (Retail Sales Advance) ที่จะมีการรายงานในวันจันทร์ จะขยายตัวเพียง 0.2% จากเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิต (ISM Manufacturing PMI) อาจปรับตัวลดลงแตะระดับ 54จุด ชี้ว่าภาคการผลิตสหรัฐฯยังไม่กลับมาขยายตัวได้ดีเช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม เรายังมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐมีความแข็งแกร่ง ด้วยยอดผู้รับสวัสดิการว่างงานที่จะมีการรายงานในวันพฤหัสที่ต่ำกว่า 2.5 แสนราย ส่วนยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-farm Payrolls) ที่จะมีการรายงานในวันศุกร์ ก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.75 แสนตำแหน่ง กดให้อัตราการว่างงานในสหรัฐทรงตัวได้ที่ 3.7%
ฝั่งยุโรป ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ Brexit ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามตลอดทั้งสัปดาห์นี้ เพราะหากอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปโดย “ไร้ข้อตกลง” จะสามารถฉุดการเติบโตเศรษฐกิจและทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้
ฝั่งเอเชีย ความกังวลเรื่องสงครามการค้าและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ยังกดดันดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (Tankan)ของญี่ปุ่น โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ผลิตขนาดใหญ่เช้านี้ร่วงลงสู่ระดับ 12 จุด จากระดับ 19 จุดในเดือนก่อน
อย่างไรก็ตาม ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing PMI) ในจีนกลับปรับตัวขึ้นมาที่ 50.5 จุด ชี้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเริ่มสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ผลิตจีนได้แล้ว
ฝั่งไทย มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่จะรายงานในวันจันทร์จะทรงตัวที่ระดับ 0.9% จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 0.6% ส่วนวันพฤหัส ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอาจปรับตัวขึ้นแตะระดับ 85 จุด จากผลการเลือกตั้ง









