วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอ็กซิมแบงก์เปิดสาขาหนุนลงทุนในกัมพูชา

เอ็กซิมแบงก์เปิดสำนักงานผู้แทนในกัมพูชา หลังเห็นศักยภาพการค้าระหว่างประเทศขยายตัวในอัตราสูงเฉลี่ย 15%ใน 5 ปีที่ผ่านมาและจะขยายเพิ่มเท่าตัวในปี 2563

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดสำนักงานผู้แทนธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ในกรุงพนมเปญ กัมพูชาวันนี้(7 มี.ค.)ว่า การเปิดสำนักงานผู้แทนของ เอ็กซิมแบงก์ ในกรุงพนมเปญเป็นผลจากการสนับสนุนของรัฐบาลกัมพูชา ผ่านธนาคารแห่งชาติกัมพูชา และกระทรวงการคลังของกัมพูชา เพื่อให้เอ็กซิมแบงก์มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในระดับภูมิภาค ในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศไทยที่จะทำงานร่วมกันกับภาครัฐและเอกชนในกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรที่สำคัญของไทยมายาวนาน

ระยะที่ผ่านมา เอ็กซิมแบงก์มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของไทยใน CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เป็นมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 64,000 ล้านบาท

ด้วยความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน การค้าไทย-กัมพูชาเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 15% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2561 มีมูลค่าสูงถึง 8,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 36.6% จากปีก่อน และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มเกือบเท่าตัวถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 ขณะที่ การลงทุนไทยในกัมพูชาช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่อันดับที่ 4 ในกัมพูชา

การเปิดสำนักงานผู้แทนเอ็กซิมแบงก์ในกรุงพนมเปญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งมีโอกาสทางธุรกิจอยู่มากในกัมพูชา โดยมีเอ็กซิมแบงก์ทำหน้าที่ให้ข้อมูลและคำปรึกษาด้านการค้าการลงทุนและการเงินแก่ผู้ประกอบการไทย เป็นกลไกสำคัญในภาคการเงินการธนาคารที่สร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมใน CLMV

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการเอ็กซิมแบงก์ได้เปิดสำนักงานผู้แทนในกรุงพนมเปญเป็นแห่งที่ 3 ต่อเนื่องจากการเปิดสำนักงานผู้แทนในเมืองย่างกุ้ง เมียนมา และเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อปี 2560 และ 2561 ตามลำดับ
ทั้งนี้ กัมพูชามีจุดเด่นด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 6.5% ต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า รัฐบาลกัมพูชามีนโยบายเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวและการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในปี 2566 ความเป็นเมืองที่ขยายตัวต่อเนื่อง และการเปิดกว้างรับการลงทุนต่างชาติ ทั้งด้านกฎระเบียบและระบบการเงินที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ในจังหวัดที่มีชายแดนติดกับไทย เงินบาทยังได้รับการยอมรับในการทำธุรกรรมต่างๆ ทั้งนี้ ธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวในกัมพูชา อาทิ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เบเกอรี และสปา เป็นต้น เพื่อรองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ในกัมพูชา กลุ่มประชากรในกรุงพนมเปญที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น ชาวต่างชาติที่ทำงานในกัมพูชา และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการบริการในแบบที่คุ้นเคยและได้มาตรฐาน

ที่ผ่านมาเอ็กซิมแบงก์ได้สนับสนุนการลงทุนไทยในกัมพูชาจำนวนมากกว่า 4,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม และการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ

เอ็กซิมแบงก์พร้อมเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ “บริการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ซื้อในประเทศ CLMV (EXIM Loan for CLMV Buyer)” เป็นวงเงินสินเชื่อให้ผู้ประกอบการใน CLMV ใช้ซื้อสินค้าและบริการจากไทย วงเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี สูงสุด 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อราย และไม่เกิน 85% ของมูลค่าซื้อขายสินค้าหรือบริการจากไทย อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ LIBOR +4.0%ต่อปี บริการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อผลักดันการส่งออกของไทยไปยัง CLMV ในปี 2562 ต่อเนื่องจากปี 2561 ที่การส่งออกไป CLMV ขยายตัวในระดับสูงถึง 17% ส่งผลให้สัดส่วนการส่งออกของไทยไป CLMV แซงหน้าตลาดส่งออกสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ รวมทั้ง EU และญี่ปุ่น โดยจะชำระค่าสินค้าโดยตรงให้แก่ผู้ส่งออกไทย ช่วยให้ผู้ส่งออกมีความมั่นใจที่ขยายการค้ากับคู่ค้าใน CLMV

"ขณะที่ CLMV เป็นประเทศเป้าหมายทางการค้าและการลงทุนของผู้ประกอบการไทย โดยมีกัมพูชาเป็นตลาดการค้ายุคใหม่ที่มีศักยภาพตามทิศทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภครุ่นใหม่ในเมืองหลวงและเมืองสำคัญด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งมีความพร้อมรองรับการเริ่มต้นและขยายตัวของธุรกิจ SMEs ไทยเอ็กซิมแบงก์จึงพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนในเชิงรุก เพื่อผลักดันการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน” นายพิศิษฐ์กล่าว