วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KTB - ซื้อ

กลับมาสู่การเติบโต

เราคาดผลประกอบการไตรมาส 4/61 และปี 2561 จะฟื้นตัว หนุนโดยสินเชื่อหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงลูกค้ารายย่อยและการตั้งสำรองที่ลดลงมาก จากประมาณการของเรา เราคาดว่ากำไรจะพลิกกลับมาเติบโต 28% YoY ในปี 2561 อยู่ที่ 2.87 หมื่นล้านบาท และอีก 8% ในปี2562 มาอยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมูลค่าหุ้น KTB ยังถูกอยู่ โดยซื้อขายที่ PBV ปี 2562 เพียง 0.86 เท่า คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เน้นสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อรัฐวิสาหกิจและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยตัวดีขึ้น

เนื่องจากสินเชื่อที่โตเพียง 2.2% นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบันในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2561 ทำให้ KTB คาดเป้าหมายสินเชื่อปี 2561 จะไม่เป็นไปตามเป้าที่ 6-7% (เราประเมินที่ 4% ทั้งในปี 2561 และ 2562 ) เชื่อว่าสินเชื่อภาครัฐฯ และสินเชื่อในกลุ่มรายย่อย (สินเชื่อบ้าน, บัตรเครดิต,และสินเชื่อรายบุคคล) ในไตรมาส 4/61 และปี 2562 โตดี เป็นที่สังเกตว่าเก้าเดือนแรกของปี 2561 สินเชื่อ SME ปรับตัวลดลง 2.9% นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน และสินเชื่อบรรษัทลดลง 5.6% นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบันในทางกลับกันทั้งนี้สินเชื่อภาครัฐฯ ขยายตัว 36.6% นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน มาอยู่ที่ 1.77 แสนล้านบาทในเก้าเดือนแรกของปี 2561 ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยโตอยู่ที่ 5.9% นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน มาอยู่ที่ 7.59 แสนล้านบาทในช่วงเก้าเดือน ดังนั้นเราคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะขยายตัวจาก 2.92% ในช่วงเก้าเดือนแรกเป็น 3.0% ทั้งในปี 2561 และ
2562 หนุนโดยสัดส่วนสินเชื่อที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4/61 และปี 2562

คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อัตราส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมสูงขึ้นจาก 4.3% ณ สิ้นเดือนมี.ค. มาอยู่ที่ 4.42% ณ สิ้นเดือน ก.ย. แต่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงขึ้นจาก 120% เป็น 123%ระหว่างช่วงดังกล่าว (เป้าหมายของธนาคารอยู่ที่ 120%) เราคาดการตั้งสำรองหนี้สูญฯ ปี 2561 จะลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญจากปี 2560 (ที่ 4.5หมื่นล้านบาท) หลังจากที่สภาวิชาชีพบัญชีประกาศเลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS9 ออกไปจากปี 2562 เป็นต้นปีปี 2563 อย่างไรก็ตาม ( หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใหม่ สุทธิในเก้าเดือนแรกของปี 2561 ดีขึ้นจากปี 2560) หากเป็นไปตามเป้าหมายของธนาคาร จะมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2561-62 ของเรา เนื่องจากเราคาดสำรองหนี้สูญฯปี 2561 ของธนาคารที่ 2.8 หมื่นล้านบาท และ 2.7พันล้านบาท ในปี 2562 ซึ่งเครดิตคอสอยู่ที่ 1.46% (ของสินเชื่อ) ในปีนี้และ 1.36% ในปีหน้าทั้งนี้ประมาณการของเรามากกว่าที่ KTB คาดว่าอัตราดังกล่าวจะอยู่ที่เพียง 1.25% ทั้งปีนี้และปีหน้า

สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ผู้บริหารคาดว่าสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้จะเพิ่มขึ้นในอีกสองสามปีข้างหน้าเนื่องจากงบการทำดิจิทัลแพล็ตฟอร์มของธนาคารที่มีแนวโน้มสูงมากกว่า เป้าเดิมที่ 1.2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้การเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลและการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศห้ามธนาคารบังคับขายประกันภัยประกันชีวิตในเครือธนาคารพ่วงการปล่อยสินเชื่อ/บุคคลบ้านของธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมหดตัวในปี 2561 และ 2562 สังเกตว่ารายได้ที่ไม่ได้มาจากดอกเบี้ยสุทธิในช่วงเก้าเดือนเติบโตเพียง 0.5% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารที่ 5-7% ในปี 2561 เราคาดว่ารายได้ที่ไม่ได้มาจากค่าธรรมเนียมสุทธิหดตัว 6%ในปี 2561 และเพิ่มขึ้น 7% ในปี 2562 ทั้งนี้ประมาณการสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้อยู่ที่ 46% ในปี 2561 และ 47% ในปี 2562 (ช่วงเก้าเดือนของปี 2561 ตัวเลขอยู่ที่ 46.6%) ถ้าหาก KTB บริหารต้นทุนได้ดีกว่าเราคาดจะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2561-2562 ของเรา