Enter now; for 1Q18 recovery
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมา คาดได้สะท้อนแนวโน้มกำไร 4Q17 ที่จะอ่อนตัวลง QoQ จากค่าใช้จ่ายโบนัส ฯลฯ แล้ว อย่างไรก็ดีในมุม YoY คาดจะเห็นกำไรที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง เรามองจังหวะที่ราคาหุ้นพักฐานลงมานี้เป็นจังหวะในการ “ซื้อ” เพื่อรับกับแนวโน้มผลประกอบการใน 1Q18 ที่จะเห็นการกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นอีกครั้งจากสินเชื่อที่คาดเติบโตแรงต่อเนื่อง 67% ในปี 2018 หนุนกำไรโตสูง 48% เป็น 200 ล้านบาท และ P/E จะเหลือเพียง 20 เท่า
คาดกำไร 4Q17 อาจอ่อนตัวลง QoQ ...
เราคาดกำไร 4Q17 ที่ 30 ล้านบาท เติบโต 68%YoY แต่อ่อนตัวลง QoQ จาก 3Q17 ที่กำไร 37 ล้านบาท ปัจจัยหนุนให้กำไรโต YoY มาจาก snowball effect ของสินเชื่อที่มีการเติบโตแรงอย่างต่อเนื่องเราคาดยอดสินเชื่อสิ้นปี 2017 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 4.0 พันล้านบาท ประกอบกับส่วนต่างดอกเบี้ยรับ (NIM) เราคาดยังคงสูง 6.2% อยู่ ในขณะที่กำไรที่เราคาดอ่อนตัวลง QoQ คาดมาจากค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานปลายปี
... แต่ 1Q18 จะกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น
สำหรับ 1Q18 เราคาดบริษัทจะกลับมาแสดงผลกำไรเติบโตโดดเด่นอีกครั้งทั้ง YoY และ QoQ จากสินเชื่อที่เราประเมินว่าจะเติบโตแรงอย่างต่อเนื่องและได้อานิสงค์จากการจบงาน Motor Expo ซึ่งเรามองว่าจะหนุนให้การหมุนเวียนของรถมือ2 ในตลาดมีเพิ่มขึ้น ซึ่ง ECL ได้ประโยชน์จากการปล่อยสินเชื่อให้กับรถยนต์มือ2 นี้
Fine tune ประมาณการกำไร
เรา Fine tune ประมาณการกำไรลงเพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาดเป็นกำไร 133 และ 197 และ 302 ในปี 2017-19 ตามลำดับ ภายใต้สมุมติฐานสินเชื่อ 4,000 6,700 และ 7,700 ล้านบาท ตามลำดับ เรายังคงคาดบริษัทจะสามารถรักษาส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ได้สูงในระดับ 6.10% โดยเรามองว่าหุ้นกู้ของบริษัทที่ได้อันดับความน่าเชื่อถือ BBB- โดยทริส จะเป็นปัจจัยช่วยให้บริษัทสามารถล๊อคต้นทุนการเงินให้ต่ำไปได้อีกหลายปี จากการปรับประมาณการกำไร ส่งผลให้ EPS ในปี 2018 ลดลงเป็น 0.18 บาท
เราจึงปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 6.50 บาท/หุ้น (fully diluted) ซึ่งยังคงใช้วิธีการเดิมอิง P/E 36 เท่า จากค่าเฉลี่ยในอดีต +1SD
ตลาดมีความกังวลต่อการใช้เกณฑ์ IFRS9 มากเกินไป
ธุรกิจจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่มากนัก โดยเกณฑ์หลักๆ IFRS 9 จัดได้เป็น 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1) การจัดประเภทลูกหนี้และสินเชื่อใหม่ (ความเสี่ยงนี้ถูกปิดด้วยการยึดเล่มทะเบียนรถ และ รถเป็นหลักประกัน) 2) การรับรู้การด้อยค่าใหม่ (เนื่องจากพอร์ต 100% เป็นรถมือสอง ดังนั้น โอกาสที่ราคารถจะตกลงไปมากกว่านี้จะจำกัดกว่ากลุ่มที่ปล่อยสินเชื่อรถมือหนึ่ง) 3) การป้องกันความเสี่ยงสินทรัพย์ทางการเงิน และเครื่องมือทางการเงิน (บริษัทไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อนเหมือน ธนาคาร เช่น พวก อนุพันธ์ตลาดปริวรรตเงินตราทำให้บริษัทฯมีความเสี่ยงที่ต้องตั้งสำรองตามเกณฑ์นี้จำกัด)









