Christmas gift from Santa!
ประเด็นการลงทุน
หลังจากขาดทุนเป็นเวลาสามปี ในที่สุด MONO ก็พลิกกลับมาเป็นกำไรหลักในรอบเก้าเดือนแรกของปี 2560 เราคาดว่าในปีหน้าฟ้าใหม่นี้ กำไรบริษัทจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เรตติ้งที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน (อันดับ 2 ในกลุ่มดิจิตอลทีวีหน้าใหม่ และขึ้นสลับเป็นอันดับ 1 ในบางเดือน) คาดจะหนุนให้บริษัทสามารถปรับอัตราค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นได้สำหรับปีหน้า เรามองว่าปีหน้าจะเป็นปีสำหรับการเติบโตของ MONO โดยการที่ราคาหุ้นปรับตัวลง 14% ในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 4/60 ที่อ่อนตัวลงเรียบร้อยแล้ว และกลับกลายเป็นโอกาสในการเข้าสะสมรับกำไรที่จะกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2561
แนวโน้มเรตติ้งเสถียรและปรับตัวขึ้นอย่างมั่นคง...
หลังจากที่เรตติ้งปรับตัวลดลงเนื่องจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในเดือน ต.ค. เรทติ้งช่อง MONO 29 ฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็วมาที่ระดับ
ปกติในเดือนพ.ย. ชี้ให้เห็นว่าจำนวนผู้ชมที่ติดตามยังคงเหนียวแน่น โดยเรตติ้งเฉลี่ย (สำหรับอายุ 15 ปีขึ้นไป, 18 ชม. ) คาดว่าจะอยู่ที่ 0.972 ณสิ้นปี
2560 เป้าหมายเรตติ้งของผู้บริหารอยู่ที่ 1.2 ณ สิ้นปี 2561 ปีหน้าเราคาดว่าเรตติ้งช่วงเวลา primetime จะยังคงแข็งแกร่งขึ้นไปอีกหนุนโดยดีลคอนเทนท์
ใหม่กับ FOX Networks และยังมีแผนดึงเรตติ้งช่วง non-primetime ขึ้นจากการออกอากาศ US NBA อีกทั้งยังมีช่องว่างระหว่างเรตติ้งช่อง MONO 29
เมื่อเทียบกับช่องอื่นๆที่มีคอนเทนท์คล้ายกัน (Transformers 3 เรตติ้งจากช่อง 7 อยู่ที่ 6.97 เมื่อเทียบกับช่อง MONO29 อยู่ที่ 2.63 ) ซึ่งเราเชื่อว่ายังมี
โอกาสสำหรับการปรับเพิ่มของเรตติ้งอีกมาก และจากข้อมูลของเราบ่งชี้ว่าเรตติ้งการรีรันของภาพยนตร์บางเรื่องจะสูงกว่าการออกอากาศครั้งแรกด้วยซ้ำ
ไป แสดงถึงฐานผู้ชมที่เพิ่มขึ้น
...ส่งผลให้อัตราค่าโฆษณาของ MONO สามารถปรับเพิ่มขึ้นในปี 2561
ผู้บริหารตั้งเป้าหมายอัตราค่าโฆษณาของช่องดิจิตอลทีวีปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% YoY มาอยู่ที่ 41,000 บาท/นาที ในปี 2561 จากค่าเฉลี่ยที่27,000 บาท/นาที ในปี 2560 หากค่าโฆษณาเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น 50% YoY MONO จะยังมีค่า CPRP (ต้นทุนต่อเรตติ้ง) ที่ต่ำที่สุดในปี 2561 โดยอยู่ที่ 22,000/ 30 วินาที (เทียบกับเรตติ้งในปัจจุบันที่ 0.97) ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากเรตติ้งเพิ่มขึ้นมาที่ 1.2 ค่า CPRP จะต่ำลงมาอยู่ที่ 17,000/ 30 วินาที โดยมีความเป็นไปได้อย่างมากที่ MONO จะสามารถเพิ่มค่าอัตราโฆษณาเฉลี่ยได้ตามเป้าหมาย หากแต่เรายังมีมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมถึงอัตราโฆษณาเฉลี่ยโดยประมาณการไว้อยู่ที่ 39,000/นาที เพิ่มขึ้น 44% YoY แต่ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัท 5% บริษัทยังมีการวางแผนเพิ่มรายการใหม่เพื่อรองรับเม็ดเงินโฆษณาในรูปแบบของ Sponsorship และ Tie-in ทั้งนี้เราคาดว่ารายได้ของช่องดิจิตอลทีวีจะอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท ในปี 2561 เพิ่มขึ้น 55% YoY
เติบโตไปในทุกด้าน
กลุ่มธุรกิจบริการเสริมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MVAS) ซึ่งจากเดิมมุ่งเน้นแค่SMS จะเปลี่ยนรูปแบบไปให้ความสำคัญกับวีดีโอและคอนเท้นอื่นๆ โดยคาดว่ารายได้การคิดค่าบริการจาก Monomaxxx จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง(แอพพลิเคชั่นให้บริการดูภาพยนตร์/ซีรีย์ ออนไลน์) และยังมีปัจจัยหนุนรายได้ผ่านออนไลน์แพลตฟอร์ม SeeMe.me ด้านฝั่ง T-moment เรามองว่าน่าจะเปิดตัวหนังใหม่ 3 เรื่องในปี 2561 (เทียบกับปี 2560 ซึ่งมีเพียงเรื่องเดียว) และสำหรับรายได้อื่นๆ คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันจากรายได้Sponsor บาสเก็ตบอลลีค ในขณะที่MONO Film ยังจัดหาหนังใหม่จากต่างประเทศมาฉายในประเทศไทยในปีหน้าอย่างต่อเนื่อง









