วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (23 พ.ย.60)

ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการหยุดดำเนินการของท่อขนส่งน้ำมันในสหรัฐ และสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ ปรับลดลง

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone ซึ่งเป็นท่อที่ขนส่งน้ำมันดิบจากประเทศแคนาดามายังประเทศสหรัฐ ปิดซ่อมบำรุงตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้าจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล 5,000 บาร์เรล ในรัฐ South Dakota ของสหรัฐ ส่งผลให้กำลังการขนส่งน้ำมันดิบในเดือน พ.ย. ปรับตัวลดลงประมาณร้อยละ 85 ซึ่งท่อขนส่งน้ำมันแห่งนี้มีกำลังการขนส่งน้ำมันดิบ 590,000 บาร์เรลต่อวัน

+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 58 หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 17 พ.ย. ปรับตัวลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล ในขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันดิบ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมาปรับตัวลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล หลังท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone หยุดดำเนินการ

- อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังล่าสุดบริษัท Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐสิ้นสุด ณ วันที่ 22 พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 9 แท่น ไปอยู่ที่ระดับ 747 แท่น

- ตลาดคาดการณ์สหรัฐ อาจเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบภายในช่วงเวลาใกล้ๆนี้ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์จากอินโดนีเซียและภูมิภาคเอเชียยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงกดดันจากอุปทานภายในภูมิภาคที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากศรีลังกา ประกอบกับการส่งออกน้ำมันดีเซลที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากประเทศจีนหลังโรงกลั่นภายในประเทศมีแผนปิดซ่อมบำรุงในเดือน ธ.ค.

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 54 - 59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 60 - 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังยังไม่มีประเทศใดคัดค้านข้อตกลงนี้ นอกจากนี้เลขาธิการกลุ่มโอเปค เผยว่า โอเปคกำลังหาทางบรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตให้ได้ก่อนการประชุมในวันที่ 30 พ.ย. เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว
  • สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันดิบจะตึงตัวมากขึ้น จากเหตุการณ์การกวาดล้างคอรัปชั่นภายใต้การนำของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎหราชกุมารของซาอุดิอาระเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวนับปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพทางการเมืองในซาอุฯ ซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปรับขึ้นหลักๆ มาจากการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดการณ์กำลังการผลิตน้ำมันดิบจาก Shale oil ในเดือน ธ.ค. มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน โดยคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นราว 80,000 บาร์เรลต่อวัน แตะระดับ 6.17 ล้านบาร์เรลต่อวัน

----------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

โทร.02-797-2999