วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 30 ต.ค.-3 พ.ย.60

ตลาดน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัว หลังผู้ผลิตน้ำมันมีแนวโน้มเจรจาขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิต

ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 50-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 56-61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (30 ต.ค. – 3 พ.ย. 60)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า จากความพยายามอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคที่จะปรับลดปริมาณน้ำมันคงคลังลงให้กลับมาสู่ระดับปกติที่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังคงกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันดิบที่อาจตึงตัวมากขึ้น หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในอิรักระหว่างรัฐบาลกลางอิรักและชาวเคิร์ดยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากตอนเหนือลดลงมาต่ำกว่า 300,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าปริมาณปกติที่ 500,000 – 600,000 บาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบอาจได้รับแรงกดดันจากปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังปริมาณการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 9.51 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

  • กลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีแนวโน้มที่จะขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่สิ้นสุดเดือน มี.ค. 61 ต่อไปอีกราว 3 - 9 เดือน โดยซาอุดิอาระเบียเปิดเผยว่า เป้าหมายหลักของกลุ่มคือการปรับลดปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD oil stocks) ให้กลับมาสู่ระดับปกติที่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาข้อตกลงนี้สามารถลดปริมาณน้ำมันส่วนเกินลงไปแล้วกว่า 167 ล้านบาร์เรลและยังเหลือปริมาณน้ำมันส่วนเกินกว่า 171 ล้านบาร์เรลที่จะต้องปรับลดลง นอกจากนี้ ซาอุฯ ยังคงหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อรักษาสมดุลตลาดน้ำมัน หลังข้อตกลงสิ้นสุดลง
  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลง เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ที่คาดจะกลับมาดำเนินการผลิต หลังมีการหยุดซ่อมบำรุงฉุกเฉินจากพายุเฮอริเคน Nate รวมถึงการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง โดยล่าสุด สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ รายสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 27 ต.ค.60 อยู่ที่ระดับเหนือ 0 ล้านบาร์เรล
  • ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอิรักและชาวเคิร์ดในประเทศคาดจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบ หลังกองกำลังทหารอิรักบุกยึดพื้นที่ในเมือง Kirkuk คืนจากชาวเคิร์ด ส่งผลให้แหล่งผลิตน้ำมันดิบขนาดใหญ่ 2 แหล่งในเมือง Kirkuk อย่าง Bai Hassan และ Avana กำลังการผลิตรวมกันราว 280,000 บาร์เรลต่อวัน ต้องปิดดำเนินการชั่วคราว อย่างไรก็ดี รัฐบาลอิรักได้เพิ่มการส่งออกน้ำมันอีก 200,000 บาร์เรลต่อวันจากอ่าวเปอร์เซีย เพื่อชดเชยปริมาณน้ำมันดิบที่ขาดหายไป
  • จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ปรับลดปริมาณการขุดเจาะลงต่อเนื่องกว่า 3 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยล่าสุด Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะว่า ถึงแม้ว่าจะมีแท่นขุดเจาะเพิ่มขึ้นเพียง 1 แท่นในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 ตค.60 ซึ่งทำให้มีจำนวนแท่นขุดเจาะทั้งสิ้น 737 แท่น อย่างไรก็ดี จัดว่ามีแท่นขุดเจาะจำนวนมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนที่มีแท่นขุดเจาะจำนวน 443 แท่น
  • ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Caixin PMI) และดัชนีภาคการบริการ (Caixin Services PMI) ของจีน การใช้จ่ายผู้บริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ

 

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (23 - 27 ต.ค. 60)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 2.43 ดอลลาร์  มาอยู่ที่ 53.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 2.69 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 60.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 56.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยตลาดน้ำมันได้รับแรงหนุนจากการที่ซาอุดิอาระเบียเดินหน้าปรับลดการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคเพื่อที่จะหยุดยั้งอุปทานน้ำมันส่วนเกินของโลก นอกจากนั้นความตึงเครียดระหว่างอิรักและชาวเคิร์ดที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันดิบในแหล่ง Kirkuk ซึ่งมีกำลังการผลิต 280,000 บาร์เรลต่อวัน