แบ่งขายทำกำไรบางส่วน
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: ตลาดหุ้นไทยมักจะมีความร้อนแรงตามตลาดหุ้นต่างประเทศในช่วงต้นของชั่วโมงการซื้อขาย โดยเฉพาะเมื่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนบวก ตลาดหุ้นไทยจะเปิดบวก และค่อย ๆ แผ่วลงระหว่างวัน ซึ่งเราคาดว่าเป็นผลจาก Fund Flow ที่ไหลออกไปตลาดหุ้นต่างประเทศซึ่งแนวโน้มเศรษฐกิจและกำไรของกิจการบริษัทดีกว่าตลาดหุ้นไทย ดังนั้น เราแนะนำนักลงทุนให้มีความระมัดระวังการลงทุนในภาวะแบบนี้ การเปิดบวกสูงเป็นโอกาสแบ่งขายทำกำไรบางส่วน แล้วทยอยซื้อกลับในหุ้นที่ภาพรวมธุรกิจและผลประกอบการแข็งแกร่ง เลือก MTLS, AP และ PLANB เป็นหุ้นแนะนำในวันนี้ โดยหุ้นที่เรายังชื่นชอบอยู่ได้แก่ PTT, BANPU, PTL, TTA, PRM, ANAN, SIRI, AP, GRAMMY, PLANB
หุ้นเด่นวันนี้: MTLS (ราคาปิด 38.25 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายของ AWS 41.00 บาท)
- เราคาดผลการดำเนินงานของ MTLS ในครึ่งปีหลังจะเติบโตเร็วกว่าในช่วงครึ่งปีแรก โดยได้ปัจจัยบวกจากช่วงไฮซีซั่นและการขยายสาขา เราคาดกำไรสุทธิรวมครึ่งหลังปี 60 จะอยู่ที่ 1.29 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.4% YoYขณะที่สินเชื่อคาดจะเร่งตัวเติบโตถึง 70% YoYณ สิ้นปี 60 เราประมาณการอัตราการเติบโตกำไรเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ในช่วง 3 ปีข้างหน้าของบริษัทที่ 45.7%
- Price Pattern ของ MTLS ยังมีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ MTLS ยังบ่งบอกว่าจะได้เห็นการทำ New High ได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยมีเป้าหมายสำคัญของการทำ New High อยู่ที่ 50 บาท ทั้งนี้ MTLS มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 36.25 บาท (Resistance: 38.50, 38.75, 39.25; Support: 38.00, 37.75, 37.25)
ปัจจัยในประเทศ:
- ครม.เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการรัฐ ปี 2560-2564 จำนวน 55 โครงการ วงเงิน 1.62 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากแผนเดิมปี 2558-2562 วงเงิน 1.41 ล้านล้านบาท จำนวน 65 โครงการ เปิดทางเอกชนขับเคลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (ที่มา: Bangkokbiznews) วงเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 15% เมื่อเป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง
- คสช.เห็นชอบข้อกำหนดการใช้ที่ดินอีอีซี หวังสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนระหว่างกฎหมายใหม่ยังไม่มีผลบังคับ ไฟเขียวมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนเปิดสอนในไทย (ที่มา: Posttoday) ทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจมากขึ้น เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่ EEC จะสามารถเตรียมการและวางข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ในทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอการพิจารณาของร่าง พ.ร.บ. EEC ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีก 5-6 เดือน ความเห็น: สิ่งที่ผู้ประกอบการรอดูคือสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จะได้รับ และเงื่อนไขต่าง ๆ ในการลงทุนในเขตพื้นที่ EEC การออก พรบ.ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมคือ ต.ค.60 อาจส่งผลเสียทาง Sentiment ต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในช่วงสั้น แต่หากปรับตัวลง 5-10% เป็นโอกาสเข้าซื้อ AMATA(ราคาเป้าหมาย 20.90 บาท), WHA (NR)
- คาดส่งออกปี 60 แตะนิวไฮ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศคาดส่งออกไทยปี 60 โต 8% YoYอยู่ที่ 2.32 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.72 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นระดับสถิติสูงสุดใหม่ หนุนโดยเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวและความต้องการในสินค้าไทยที่แข็งแกร่ง (บางกอกโพสต์)
ตลาดต่างประเทศ:
- สหรัฐฯ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮ(24 ต.ค.) ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของบริษัทจดทะเบียนนอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐมีการขยายตัวได้ดีในเดือนต.ค.PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นอยู่ที่ 54.5 สูงสุดในรอบ 9 เดือน จาก 53.1 ในเดือน ก.ย.ขณะที่ PMI ภาคบริการ เดือน ต.ค.อยู่ที่ 55.9 สูงสุดในรอบ 2 เดือน จาก 55.3 ในเดือน ก.ย. ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ รวมทั้งการรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3 ของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้
- ตลาดหุ้นยุโรปปิดอ่อนแรงลง (24 ต.ค.) โดยได้รับปัจจัยกดดันจากผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทโบลิเดน ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองรายใหญ่ของสวีเดน และจากแรงขายที่ส่งเข้าฉุดหุ้นวิตเบรด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม เชนร้านกาแฟและร้านอาหารรายใหญ่ของอังกฤษ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากมีรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของยูโรโซน ปรับตัวลดลงในเดือนต.ค. โดย PMI ภาคบริการอยู่ที่ 54.9 ลดลงจาก 55.8 ในเดือน ก.ย. ขณะที่ PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นอยู่ที่ 58.7 ในเดือน ต.ค. ลดลงจาก 59.2 ในเดือน ก.ย.
- ผลประกอบการจาก 3M และ Caterpillar หนุนดัชนีดาวโจนส์ขึ้นดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันอังคารจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้จากบริษัท ต่างๆ ได้แก่ 3M และ Caterpillar หนุนมุมมองในแง่บวกให้กับความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐ (รอยเตอร์)
สินค้าโภคภัณฑ์:
- สัญญาน้ำมัน WTI ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากซาอุดิอาระเบียให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าปรับลดการผลิตเพื่อทำให้ตลาดน้ำมันโลกกลับสู่ภาวะสมดุล
- สัญญาทองคำปิดปรับตัวลง (24 ต.ค.) หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กทะยานขึ้นทำนิวไฮอีกครั้งเมื่อคืนนี้ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำเช่นกัน ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่
- ค่าระวางเรือเทกอง ปิดบวกขึ้น 2 จุด เป็น 1,588 จุด +0.13% สร้างผลบวกต่อกลุ่มเดินเรือ PSL, TTA ต่อไป
- ค่าการกลั่นทรงตัวที่ระดับ 7.30 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เป็น Neutral ต่อกลุ่มโรงกลั่น ซึ่งคาดหวังว่าผลประกอบการไตรมาส 3/60 จะออกมาดีเป็นส่วนใหญ่ และมี Stock Gain เกิดขึ้น โดยเฉพาะ TOP แต่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมามาก แนะนำแบ่งขายทำกำไร









