เงินปันผลช่วยพยุงราคาหุ้น
ประเด็นการลงทุน
เราได้ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” SCCC และปรับลดราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 300 บาท จากเดิม 340 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรที่ปรับลดลง แม้คาดกำไรไตรมาส 3/60 จะเป็นจุดต่ำสุด เราคิดว่าราคาหุ้น SCCC ณ ปัจจุบันยังไม่น่าดึงดูดนัก มูลค่าหุ้นถือว่าอยู่ในระดับสูง โดย PER ปี 2560 และ 2561 ของบริษัทอยู่ที่ 48 และ 23 เท่า ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าดาวไซด์ต่อหุ้นมีจำกัด หนุนโดยอัตราเงินปันผล เพื่อจ่ายที่น่าดึงดูด ทั้งนี้เราประเมินไว้ที่ 4.2%
ธุรกิจในประเทศยังถูกกดดัน
อุปสงค์ของปูนซีเมนต์ในประเทศชะลอตัว ราคาขายลดลง กอปรกับต้นทุนราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ EBITDA สำหรับการดำเนินงานในประเทศของ SCCC ลดลง 50% มาอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาทในครึ่งแรกของปี 2560 และกดดัน EBITDA มาร์จิ้นให้ลงมาอยู่เพียง 14.7% ในครึ่งแรกของปี 2560 ลดลงจาก 26.3% ในครึ่งแรกของปี 2559 แม้อุปสงค์และราคาจะเด้งขึ้นมาบ้างในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่มีท่าที่กำ ไรจะดีขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้นในอัตราที่เร็วกว่า อีกทั้งการแข่งขันดูจะรุนแรงขึ้นเนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลให้สถานการณ์อุปทานเกินดุลในประเทศแย่ลงอีก กำ ลังการผลิตใหม่ที่เข้ามานี้ไม่เพียงแต่ทดแทนปริมาณส่งออกจากประเทศไทย แต่ยังอาจส่งผลผลิตกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกด้วย (เช่น โรงงานปูนซีเมนต์แห่งใหม่ของ SCC
ในประเทศลาว) ผู้บริหารมีมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มอุปสงค์ปูนซีเมนต์ในประเทศ ทั้งนี้ผู้บริหารคาดหวังเพียงให้อุปสงค์ทรงตัวในปี 2561 หากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆไม่สามารถกระตุ้นอุปสงค์จากกลุ่มอสังหาฯและภาคเอกชนได้
ธุรกิจในต่างประเทศไปได้สวย
แม้การแข่งขันรุนแรงขึ้น SCC ลังกา (SCCL) ยังมีผลการดำเนินงานดีงามและสามารถรักษาต่ำแหน่งการเป็นผู้นำตลาดได้ โดยมีส่วนแบ่งตลาดมากถึง 40% หลักๆเนื่องจากบริษัทมีความได้เปรียบด้านต้นทุน เนื่องจากเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์เพียงรายเดียวที่มีโรงงานครบวงจร ในครึ่งแรกของปี 2560 สัดส่วนรายได้ของ SCCL คิดเป็น 18% ของ EBITDA รวม และ EBITDA มาร์จิ้นอยู่ที่ 20.2% ขณะที่ SCC เวียดนาม (SCCV) มีกำไรมากกว่า แม้เป็นเวลาเพียงสี่เดือน สัดส่วนรายได้ของ SCCV คิดเป็น 25% ของ EBITDA รวมในครึ่งแรกของปี 2560 ขณะที่ EBITDA มาร์จิ้นทะยานขึ้นไปอยู่ที่ 287% อุปสงค์น่าจะเติบโต 6% SCCC มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิต 1.5 ล้านตันต่อปีที่โรงงานในทิวายในปี 2562 ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตปูนซีเมนต์ในเวียดนามอยู่ที่ 7.8 ล้านตันต่อปี (สูงขึ้น 24%) นอกเหนือจากนี้ Chip Mong Insee Cement ในกัมพูชา SCCC ถือหุ้น 40% จะเริ่มการผลิต 1.8 ล้านตันต่อปีในปี 2561 ตามแผน
อาจไม่สามารถรักษาระดับเงินปันผลเพื่อจ่ายที่ 15 บาท/หุ้น ได้
ความตั้งใจที่ SCCC จะรักษาการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นที่ 15 บาท อาจไม่สามารถเป็นไปต่อได้ การดำเนินงานในประเทศที่อ่อนตัวกว่าคาดส่งผลให้เราปรับลดประมาณการเงินปันผลต่อหุ้นลง 64% และ 32% มาอยู่ที่ 5.9 และ 12.3 บาท สำหรับปี 2560 และ 2561 ตามลำดับ แม้งบการเงินยังแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิอยู่ที่ 0.75 เท่า บริษัทอาจมองว่าการจะไปกู้ยืมเงินเพื่อรักษาระดับเงินปันผลต่อหุ้นที่ 15 บาทเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล









