คาดกำไรปี 60 เติบโต 97% จากฐานที่ต่ำและเริ่มรับรู้รายได้ธุรกิจโซลาร์
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- ดำเนินธุรกิจหลักบริหารจัดการบุคลากรและบริหารงานวิศวกรรม : บริษัทประกอบ 3 ธุรกิจหลัก 1) ธุรกิจบริการบริหารจัดการ อาทิ งานบริหารจัดการบุคลากรให้แก่หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจโดยมีอายุสัญญาประมาณ 1-3 ปี และงานบริการจัดการระบบงานธุรกิจ(จดมิเตอร์การใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา) ซึ่งเป็นสัญญาปีต่อปี 2) ธุรกิจบริการงานวิศวกรรมระบบสายส่งไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าต่ำกว่า 115 kV และระบบโทรคมนาคม และ 3) ธุรกิจพลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิต 16.45 MW โดยมีรายได้หลักจากธุรกิจบริการจัดการ : ธุรกิจบริการงานวิศวกรรมที่ 58 : 42 เพราะธุรกิจพลังงานทดแทนเพิ่งรับรู้รายได้ตั้งแต่ต้นปี 60
- บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 60 เติบโต 15-20%YoY สู่ 1.6-1.7 พันล้านบาท : ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้เติบโตสู่ 1.6-1.7 พันล้านบาทโดยแบ่งเป็น ธุรกิจบริหารจัดการ : บริหารงานวิศวกรรม : พลังงานทดแทน : ธุรกิจใหม่ในสัดส่วน 40 : 40 : 10 : 10 ในปัจจุบันบริษัทมี Backlog รอรับรู้รายได้ปี 60 ที่ 1.4 พันล้านบาทหรือ 80% ของเป้ารายได้ และกำลังจัดตั้งธุรกิจใหม่เกี่ยวกับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานในไตรมาส 3 นี้โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้ราว 100 ล้านบาท
- ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์และธุรกิจบริหารงานวิศวกรรมเป็นตัวหลักในการเติบโต : ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์แม้จะมีสัดส่วนรายได้เพียง 10 % แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 51% ซึ่งมากกว่าธุรกิจบริหารงานวิศวกรรมและบริหารจัดการที่ 20% และ 8% ตามลำดับ โดยเราคาดว่าธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์และธุรกิจบริหารงานวิศวกรรมจะเป็นตัวหลักในการเติบโตของบริษัทเนื่องจาก 1) บริษัทร่วมมือกับสหกรณ์เพื่อจับฉลากโซลาร์ เฟส 2 40 MW ในวันที่ 26 มิ.ย. และ 2) ปี 60-61 กฟผ. จะมีการปรับปรุงสายส่งหลัก (230-500kV) และสายส่งย่อย (ต่ำกว่า 115kV) ในภาคอีสาน ภาคตะวันตก และภาคใต้รวม 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทพร้อมเข้าร่วมประมูลในส่วนสายส่งย่อย อย่างไรก็ตามทาง กฟผ. ยังไม่แยกมูลค่างานระหว่างสายส่งหลักและสายส่งย่อยออกมาเราจึงยังไม่ได้รวมในประมาณการ
- คาดกำไรปกติปี 60-61 เติบโต 97%YoY และ 9%YoY ตามลำดับ : บริษัทรายงานกำไร 1Q60 ที่ 17 ล้านบาท +420%YoY จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเราคาดกำไรปี 60 อยู่ที่ 61 ล้านบาท +97%YoY (ยังไม่ได้รวมโซลาร์สหกรณ์ เฟส2 และงานประมูลสายส่งของกฟผ.) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิต 16.45 MW ที่รับรู้รายได้เต็มปี ซึ่งเราประเมินว่าจะสร้างกำไรราว 30-40 ล้านบาท/ปี หรือคิดเป็น 50-65% ของประมาณการกำไรทั้งปี ขณะที่ปี 61 คาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 67 ล้านบาทเติบโต 9% โดยยังไม่ได้รวมงานโซลาร์สหกรณ์ เฟส 2 และงานประมูลสายส่งของกฟผ. ในประมาณการซึ่งจะเป็นอัพไซด์ในอนาคต
- แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 5.06 บาท : ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกว่าบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตจากการเข้าร่วมโซลาร์สหกรณ์เฟส 2 และงานประมูลสายส่งของกฟผ. จากการประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี PEG Ratio โดยประเมินกำไรต่อหุ้นปี 60 อยู่ที่ราว 0.11 บาท และคำนวณอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยปี 60-61 ได้ที่ 46%YoY ได้ราคาเหมาะสมที่ 5.06 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยง
1) การประมูลงานวางสายส่งกฟผ.ภาคตะวันตก ภาคอีสาน และภาคใต้มูลค่า 1.57 แสนล้านบาทล่าช้า
2) การประมูลงานบริการพลาดเป้าปีละ 800-900 ล้านบาท
3) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าได้ต่ำกว่าที่คาดจากปัจจัยฤดูกาล









