วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีเชื่อมั่นทองคำมิ.ย.‘ทรุด’ 

"ดัชนีเชื่อมั่นทองคำ" มิ.ย.ทรุด ลุ้นผลประชุมเฟดวันนี้

ศูนย์วิจัยทองคำ เผยดัชนีเชื่อมั่นทองคำเดือนมิ.ย. ลดลง 4.76% แต่ยังยืนเหนือระดับ 50 จุด ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ยังอยู่ระดับสูง ระบุ ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก ภัยก่อการร้าย เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ จับตาผลประชุม “เฟด” คืนนี้ ส่อกดดันราคาทอง

พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ ระบุว่า ความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนมิ.ย. 2560 ปรับลดลงจากเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา จากระดับ 62.23 จุด มาอยู่ที่ระดับ 59.27 จุด ปรับลดลง 2.96 จุด หรือ 4.76% โดยยังคงสามารถยืนอยู่เหนือระดับ 50 จุด เป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อราคาทองคำที่ยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงครึ่งปีแรก

กลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าปัจจัยที่สนับสนุนราคาทองคำ ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความต้องการซื้อทรัพย์สินปลอดภัย สภาวะสงครามและการก่อการร้าย ส่วนปัจจัยหลักที่จะส่งผลลบต่อราคาทองคำยังคงเป็นทิศทางนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งกลุ่มตัวอย่างคาดว่ามีโอกาสที่ เฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมระหว่างวันที่ 13-14 มิ.ย. 2560

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 226 ตัวอย่าง พบว่า 52.00% ของกลุ่มตัวอย่าง คาดว่าจะซื้อทองคำ ในช่วงเดือน มิ.ย. ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนพ.ค. มากถึง 14.04%

สรุปกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 10 ตัวอย่าง โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาทองคำในประเทศ เดือนมิ.ย. 2560 จะเพิ่มขึ้น จำนวน 4 ราย คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับราคาทองในเดือนพ.ค. 2560 จำนวน 3 ราย และคาดว่าราคาทองคำจะลดลง จำนวน 3 ราย

สำหรับการคาดการณ์ราคาทองเดือน มิ.ย. 2560 ของผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ มีมุมมอง ดังนี้ Gold Spot ให้กรอบราคาระหว่าง 1,221-1,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศ ความบริสุทธิ์ 96.5% ให้กรอบราคาช่วง 20,001-21,500 บาททองคำต่อน้ำหนัก 1 บาท ละด้านค่าเงินบาทไทย ปรับกรอบราคามาที่ 33.50-34.99 บาทไทยต่อดอลลาร์

ส่วนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับราคาทองคำในเดือนมิ.ย. 2560 ได้แก่ การเลือกตั้งของสหราชอาณาจักร (ยูเค) ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมือง ขณะเดียวกัน มูดี้ส อินเวสเตอร์เซอร์วิส ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวนลง โดยกลุ่มตัวอย่างให้ความเห็นว่า การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของเงินหยวนจากระดับ A1 ลงไปแตะระดับ AA3 โดยมูดี้ส์ มองว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดย จีดีพี จีน ลดลงมา 6 ปีติดต่อกัน และมาตรการกระตุ้นเสรษฐกิจของภาครัฐทำให้เกิดการเติบโตของสินเชื่อ ซึ่งเป็นตัวเร่งให้สูงขึ้น 300% เมื่อเทียบกับ จีดีพี เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ จึงเป็นปัจจัยให้เกิดมุมมองเชิงบวกของราคาทองคำ

สำหรับทิศทางนโยบายทางการเงินของ เฟด กลุ่มตัวอย่าง ให้ความคิดเห็นว่า จะมีโอกาสที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมระหว่างวันที่ 13-14 มิ.ย. 2560 ซึ่งการประชุมของ เอฟโอเอ็มซี ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่า บรรดาผู้กำหนดนโยบายของเฟด เห็นพ้องกันว่า ควรชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะมีความชัดเจนว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา เป็นการชะลอตัวเพียงชั่วคราว แม้ประเด็นดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อราคาทองคำ แต่นักลงทุนก็เพิ่มความระมัดระวังในการถือพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกันลงในปีนี้

นอกจากนี้มี ภัยก่อการร้าย โดยกลุ่มตัวอย่างให้ความเห็นว่า การก่อการร้ายขึ้นที่ประเทศอังกฤษและที่หมู่เกาะมินดาเนา เมืองมาราวีประเทศฟิลิปปินส์ การก่อการร้ายของทั้ง 2 กรณีมีความสัมพันธ์กันในระดับหนึ่ง โดยทั้ง 2 กรณีมีความเชื่อมโยงไปสู่กลุ่มก่อการร้าย ISIS ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนถึงภัยก่อการร้ายที่เกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนถือครองทรัพย์สินที่ปลอดภัยอย่างทองคำเพิ่มขึ้น

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ กลุ่มตัวอย่างให้ความเห็นว่า สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ จากแรงกดดันจากความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐ

บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองคำช่วงนี้ได้ปัจจัยหนุนจากข่าวกองทัพเกาหลีเหลือคาดจะสามารถทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปได้ในปีนี้ และการเมืองอังกฤษ หลังพรรคอนุรักษนิยมของ นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ครองเสียงข้างมากในรัฐสภา ขณะที่ปัจจัยลบจากการคาดการณ์ว่า เฟด จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้

สำหรับการประชุมของเฟดซึ่งเริ่มเมื่อวานนี้ (13 มิ.ย.) เป็นวันแรก และจะทราบผลในคืนวันนี้ (14 มิ.ย.) ซึ่งคาดว่า เฟด จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1-1.25% ที่เป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำ แต่คาดว่าราคาทองคำตอบรับประเด็นนี้ไปพอสมควรแล้ว

การประชุมเฟดครั้งนี้ เป็นการประชุมรายไตรมาส ดังนั้นที่สำคัญจะมีคำแถลงของประธานเฟดและการเปิดเผยประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฟดซึ่งจะทำให้ทราบแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่เหลือของปีนี้ รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐในระยะข้างหน้า

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำ คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบระหว่าง 1,260-1,270 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ทราบผลการประชุมเฟด ระยะสั้นทองคำมีแนวต้านที่ 1,270 และ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับ 1,260 และ 1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์