วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 29 พ.ค.-2 มิ.ย.60

ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง หลังโอเปคขยายระยะเวลาการปรับลดการผลิต ประกอบกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 50-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  


แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ( 29 พ.ค. – 2 มิ.ย. 60)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังได้รับแรงหนุนจากการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกไปสิ้นสุดไตรมาส 1 ของปี 2561 ประกอบกับ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากการที่โรงกลั่นในสหรัฐ คงกำลังการผลิตในอัตราที่สูงต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลขับขี่ ตลอดจนการปรับตัวลดลงของปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ราคายังคงเผชิญกับแรงกดดันจากอุปทานที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากสหรัฐ ซึ่งมีปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปี

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากการที่โรงกลั่นในสหรัฐ คงกำลังการกลั่นในอัตราที่สูงต่อเนื่องที่ระดับสูงกว่าร้อยละ 93 เพื่อรองรับความต้องการน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 19 พ.ค. 2560 ปรับลดลง 4.4 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 516.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน

- ภาวะอุปทานน้ำมันของโลกที่ล้นตลาดมีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังการประชุมวันที่ 25 พ.ค. ผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคบรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกไปอีก 9 เดือนนับจากกำหนดการเดิมที่สิ้นสุด มิ.ย. 60 และคงปริมาณการปรับลดที่ราว 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม อิหร่าน ลิเบีย และ ไนจีเรียยังคงได้รับการยกเว้นการปรับลดกำลังการผลิต เนื่องจากประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรและเหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศ

- ปริมาณผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่เหนือ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี นับจากเดือน เม.ย. 58 และส่งผลทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับเพิ่มกว่าร้อยละ 10 จากช่วงกลางปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 9.32 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดย Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 26 พ.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 2 แท่นมาอยู่ที่ 722 แท่น โดยกว่า 2 ใน 3 ของการปรับเพิ่มขึ้นยังคงมาจากแหล่งผลิต Permian และ Eagle Ford

- จับตาการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียหลังปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นแตะระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวัน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากปัญหาไฟฟ้าขัดข้องที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Sarir และ Messla ส่งผลให้ปริมาณการผลิตปรับลดลง โดยลิเบียตั้งเป้าหมายเพิ่มปริมาณการผลิตของประเทศให้ขึ้นมาสูงกว่าระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเร็วๆ นี้ แหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara และ El Feel ได้เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อปลายเดือน เมย.60 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะปรับขึ้นมาอยู่ระหว่าง 1.1 – 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในเดือน ส.ค. 60

- จับตาการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรีย หลังเหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศเริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้ปริมาณการผลิตมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยไนจีเรียตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตจากปัจจุบันที่ราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันให้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสิ้นปีนี้ หลังแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Forcados ซึ่งมีปริมาณการผลิตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 200,000 – 250,000 บาร์เรลต่อวัน คาดจะสามารถผลิตได้เต็มกำลังการผลิตในเดือน พ.ย. 60

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตและบริการจีน ดัชนีกาคการผลิตสหรัฐ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐ อัตราการว่างงานสหรัฐ 

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (22 – 26 พ.ค. 60)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.53 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 49.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 1.46 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 52.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค ซึ่งประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตรวมกันราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นเวลา 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนก.ค. 60 นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงต่อเนื่อง โดยล่าสุด ปรับลดลงราว 4.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 516.3 ล้านบาร์เรล