วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

D - ซื้อ

Earnings uptrend with expanding capacity

ประเด็นการลงทุน

เรามองว่าโมเด็ลธุรกิจที่ดีของบริษัทจะเป็นปัจจัยขับดันให้กำไรเติบโตสูงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเราคาด 1Q17 กำไรบริษัทจะเติบโต 17%YoY จากสาขาที่เก่าเริ่มติดตลาด และบริษัทยังมีแผนการขยายสาขาอีกราว 3-4 สาขาในปีนี้ คาดหนุนให้กำไรรวมเติบโตราว 26% สำหรับระยะยาวยังคงมีอัพไซด์จากแล็บทันตกรรมจะเป็นอีกหนึ่ง key success ซึ่งจะ
ช่วยลดต้นทุน และควบคุมมาตรฐานการบริการลูกค้า รวมทั้งฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง บริษัทจึงมีความพร้อมสำหรับการขยายกิจการในอนาคต เราแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท


สาขาเก่าเริ่มติดตลาด ... พร้อมขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง

คาดกำไร 1Q17 ที่ 12.2 ล้านบาท เติบโตได้ 17% YoY และ 16% QoQ โดยคาดปัจจัยหนุนหลักๆ มาจาก สาขา Dental Signature และ Smile Signature ที่มีการเปิดสาขาราว 4 สาขาที่ช่วง 2 ปี 2015-16 ที่ผ่านมา เริ่มเข้าสู่ช่วงการ ramp-up utilization rate ซึ่งคาดจะเห็นภาพของบางสาขาที่พลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไร

บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มราว 3-4 สาขาในปีนี้ ปัจจุบันมีการเปิดไปแล้ว 1 สาขา คือ ซีคอน สแควร์ (เป็นการ relocate ไปยัง location ที่ดีขึ้น) ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจาขยายอีก 2 สาขา ซึ่งเป็นพื้นที่ในศูนย์การค้า โดยบริษัทจะใช้ แบรนด์ Smile Signature และ Dental Signature ซึ่งจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ และคาดจะเห็นการทยอยเปิดให้ครบตามเป้าหมายในปีนี้


แล็บทันตกรรม ลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

แล็บทันตกรรมจะเป็นอีกหนึ่ง key success ของบริษัท ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนกำไรในระยะสั้น เพราะโดยปกติ ค่าใช้จ่ายด้านแล็บที่บริษัทจ่าย outsources อยู่ที่ราว 8-9% ของรายได้ (ในขณะที่แล็บ outsources มีกำไร net margin ราว 15-20%) หากบริษัทกลับมาใช้แล็บของตัวเอง 100% คาดจะเห็นมาร์จิ้นที่ดีขึ้นราว 1-2% เป็นอย่างน้อย ซึ่งแล็บของบ
ริษัทได้เปิดดำเนินการแล้วตั้งแต่ปลายปี 2016 นอกจากนี้เรามองว่าแล็บฯ จะช่วยสร้างความสำเร็จในระยะยาวได้ด้วย เพราะบริษัทจะสามารถควบคุมได้ทั้งคุณภาพและเวลา ซึ่งสามารถช่วยให้บริษัทสามารถให้บริการในระดับที่ผู้บริการรายอื่นไม่สามารถทำได้ จะเป็นปัจจัยดึงดูดลูกค้าต่างชาติที่มารักษากับบริษัทด้วยเวลาการเดินทางที่จำกัด


โครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมสำหรับการขยายกิจการ

หลังจากที่บริษัทได้เงินจาก IPO ราว 300 ล้านบาท และนำไปจ่ายคืนเงินกู้ราว 50 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทสามารถประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้ปีละประมาณ 5 ล้านบาท (คิดเป็นกำไรส่วนเพิ่มราว 10%) และอยู่ในสถานะ debt free ส่งผลให้บริษัทมีศักยภาพในการลงทุนขยายกิจการเพิ่ม ไม่น้อยกว่า 500-600 ล้านบาท (อิง IBD/E ที่ 0.5 เท่า เทียบกับ
ค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงพยาบาล) เพื่อเติมเต็มโครงสร้างของกลุ่มบริษัท โดยคาดจะมีการขยายในบริษัทย่อย บริษัท โรงพยาบาล ทันตกรรมกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“BIDH”) หากอิงกับเงินลงทุนต่อเตียง (CAPEX/bed) ที่ 10 ล้านบาท คาดบริษัทสามารถขยายโรงพยาบาลได้ 50-60 เตียง (เทียบกับปัจจุบันที่มีราว 60 เตียง) ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ