กำไรหลักไตรมาส1/60 สูงสุดเป็นประวัติการณ์
เป็นไปตามคาด
BH รายงานกำไรหลักสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 พันล้านบาทในไตรมาส 1/60 เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 23% QoQ ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ แต่สูงกว่าที่ตลาดคาด 5% เนื่องจากอัตรากำไรหลักที่สูงกว่าตลาดคาดการณ์
ประเด็นหลักผลประกอบการ
การดำเนินงานอย่างมีประสิทธภาพสูงของ BH ได้ถูกพิสูจน์อีกครั้งจากอัตรากไรหลักทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 22.6% ในไตรมาส 1/60 เทียบกับ 21.1% ในไตรมาส 1/59 และ 19% ในไตรมาส 4/59 อัตรากำไรหลักที่เพิ่มขึ้นนี้เกินพอที่จะชดเชยรายได้จากธุรกิจการแพทย์ที่ชะลอตัว ซึ่งลดลง 4% YoY มาอยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท แต่สูงขึ้น 3% QoQ จากปัจจัยทาง
ฤดูกาล ทั้งนี้รายได้ธุรกิจการแพทย์ทั้งหมดแบ่งเป็น 66% มาจากผู้ป่วยต่างชาติ และ 34% มาจากผู้ป่วยไทย โดยรายได้จากต่างชาติลดลง 6% YoY ขณะที่รายได้จากคนไทยทรงตัว สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจการแพทย์ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 43.8% ในไตรมาส 1/60 สูงขึ้น 0.6% YoY และ 4.19% QoQ หนุนโดยการปรับราคาค่ารักษาพยาบาลประจำปีตอนต้นปี ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงมาอยู่ที่ 16.7% ในไตรมาส 1/60 จากเดิม 17.7% ในไตรมาส 4/59 โดยบริษัทยังคงสถานะเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นที่มากกว่า 8.2 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือน มี.ค.
แนวโน้ม
เราคาด BH จะรายงานกำไรหลักเติบโต YoY ในไตรมาส 2/60 หลักๆ เนื่องจากอัตรากำ ไรหลักที่ยังคงดีขึ้นจากการดำ เนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราคาดรายได้จากธุรกิจการแพทย์เติบโตเพียงตัวเลขหลักเดียวระดับต่ำ YoY อย่างไรก็ตาม ไตรมาสสองมักจะเป็นไตรมาสที่ชะลอตัวที่สุดจากช่วงโลว์ซีซั่น ดังนั้นเราคาดกำไรไตรมาส 2/60 จะลดลง QoQ ทั้งนี้ในไตรมาส 2/60 เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะยังคงแข็งแกร่งที่ประมาณ 41-42% จากการปรับราคาค่ารักษาพยาบาลนับแต่ต้นปี อีกทั้งจะสามารถบริหารสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายได้ดีต่อเนื่อง
โดยเราคาดอย่างอนุรักษ์นิยมว่า BH จะจ่ายเงินปันผลสำหรับการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2560 ที่ 0.95 บาท/หุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือน ส.ค. และจ่ายจริงในเดือน ส.ค.-ก.ย.
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
กำไรหลักไตรมาส 1/60 คิดเป็น 26% ของประมาณการทั้งปีของเราและตลาด เราประเมินกำไรหลักเติบโตเท่าเดิมที่ 7% ในปี 2560 หนุนโดยการเติบโตตามปกติของธุรกิจ ขณะที่คาดรายได้จากธุรกิจการแพทย์เติบโต 4% (หลักๆมาจากค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้น) และคาดกำไรหลักปี 2560 สูงขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 20.7% ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มการแพทย์
คำแนะนำ
การรายงานกำไรหลักรายไตรมาส 1/60 ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ดังข้างต้นนับเป็นสิ่งน่าประทับใจต่อตลาดสิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลประกอบการได้สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า BH จะยังคงสามารถรักษาการเป็นโรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในกลุ่มได้ โดยสามารถรักษาอัตรากำไรได้อย่างแข็งแกร่ง แม้รายได้จะเติบโตอย่างไม่น่าตื่นเต้น โดยแม้ว่ากลยุทธ์ของบริษัทมิได้เน้นการเติบโตจากการซื้อกิจการใหม่ แต่กลยุทธ์ของ BH คือการพัฒนาความสามารถเฉพาะทางและการเพิ่มเทคโนโลยีการรักษาพยาบาลเพื่อรักษาความเป็นผู้นำโรงพยาบาลระดับสูงไว้เป็นสำคัญ ทั้งนี้เรามองว่าการที่ราคาน้ำมันเริ่มฟื้นตัวจะหนุนอุปสงค์จากคนไข้ในตะวันออกกลางให้ดีขึ้นได้โดยเฉพาะในไตรมาส 3/60 ทั้งนี้ ด้วย ROE ของบริษัทที่สูงที่สุดเทียบกับหุ้นในกลุ่มภายใต้การวิเคราะห์ของเรา และมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายที่ระดับ PER ต่ำที่สุดในกลุ่มการแพทย์ ทำให้ BH เป็นหุ้นพื้นฐานที่น่าสนใจในมุมมองของเรา โดยปัจจุบัน BH ถูกซื้อขายที่ PER ปี 2560 ที่ 33.1 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงพยาบาลโลกที่ 36.3 เท่า) เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BH โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2560 ที่ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 212 บาท โดยมี WACC 7% และ terminal growth rate 2%









