วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘แซนด์บ๊อกซ์’ สนามทดลองตลาดทุนไทย

‘แซนด์บ๊อกซ์’ สนามทดลองตลาดทุนไทย

เทคโนโลยีเริ่มมีผลกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งกับตลาดการเงิน ซึ่งที่ผ่านมาการพัฒนาเทคโนโลยีของฝั่งสถาบันการเงิน มีความก้าวหน้าอย่างมาก แต่หากหันมาดูในด้านตลาดทุนยังคงเติบโตช้าและอาจไม่ทันการเปลี่ยนแปลง

ซึ่ง ปัญหาเกิดจากกฎเกณฑ์เดิมที่มีอยู่มากมายและอาจไม่เอื้อให้เกิดพัฒนาการในตลาดทุน ด้วยเหตุนี้ทำให้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องปลดล็อก โดยสร้างสนามทดลอง หรือ SAND BOX เป็นเครื่องมือพัฒนาตลาดทุนอย่างก้าวกระโดด

แนวคิดในการจัดตั้ง แซนด์บ๊อกซ์ เกิดจาก ความต้องการพัฒนากฎเกณฑ์ของสำนักงานก.ล.ต. ที่ปัจจุบันมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก ซึ่ง แซนด์บ๊อกซ์ จะเปิดให้ผู้ที่ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ เข้ามาทดลองได้อย่างไม่มีกฎเกณฑ์ จำกัดกลุ่มนักลงทุนที่เข้าร่วมทดสอบระบบดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบหากเกิดความเสียหายให้อยู่ในวงจำกัด ซึ่งนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในแซนด์บ๊อกซ์ ได้นั้น สำนักงานอยู่ระหว่างการพิจารณากฎเกณฑ์เพื่อให้เกิดความเหมาะสม

ทั้งนี้ ระยะเวลาในการทดลองน่าจะอยู่ที่ 1 ปี โดยระหว่างการให้บริการ ก.ล.ต.จะสังเกตการณ์และดูความเหมาะสมว่าบริการจะสามารถเปิดให้กับบุคคลทั่วไปหรือไม่ หากเหมาะสมก็จะพิจารณาปรับกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ให้เอื้ออำนวย หากไม่เหมาะสมก็จะยกเลิกการอยู่ในแซนด์บ๊อกซ์ และไม่ออกไลเซนส์ให้ โดยก.ล.ต. พร้อมจะเปิดสนามทดลองระยะแรกในเดือนมี.ค. โดยจะเปิดให้ทดลองในกองทุนรวม และ ผู้แนะนำการลงทุนก่อน

นอกจากจะสร้างสนามทดลองแล้ว ก.ล.ต.ยังพิจารณาที่จะปรับลดกฎเกณฑ์ในบางส่วนที่อาจไม่เอื้ออำนวยในการทำธุรกิจ อาทิ การกำหนดทุนจดทะเบียนของผู้ที่จะเข้ามาทำธุรกิจในตลาดทุน ถ้าหากเป็นกฏเกณฑ์เดิม บริษัทจะต้องมีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท เพื่อให้ได้ไลเซนส์ทั้งหมดของบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งที่บางรายอาจจะต้องการให้บริการแค่ด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น ซึ่งทางสำนักงานก.ล.ต.จะมีการปรับลดเกณฑ์ต่างๆ ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ด้าน รพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานก.ล.ต. ยอมรับ ที่ผ่านมา การปรับตัวด้านเทคโนโลยีของฝั่งตลาดทุนอาจจะช้ากว่าฝั่งสถาบันการเงิน แต่ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าเชื่อว่าการให้บริการในตลาดทุน จะพลิกโฉมเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นแล้วว่า โบรกเกอร์หลายรายเริ่มมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อให้บริการนักลงทุนมากขึ้น หรือบางรายก็ได้ร่วมกับผู้พัฒนาฟินเทคภายนอกเพื่อเชื่อมต่อการให้บริการที่หลากหลาย ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ก.ล.ต.ห่วง คือ การเติบโตของผู้ใช้บริการ ซึ่งเรายังไม่สามารถบอกได้ว่า จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนให้เข้ามาใช้บริการเมื่อไหร่ แต่หากโบรกเกอร์ไม่ลงทุนก็จะเกิดความเสี่ยงที่จะไม่ทันความต้องการของลูกค้าในอนาคต