"สนามบินสุวรรณภูมิ" เตรียมแผนรับมือปรับปรุงรันเวย์ พร้อมจัดตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกผู้โดยสารรองรับเที่ยวบินดีเลย์
นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ทสภ. มีโครงการปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่งฝั่งตะวันออก (บางส่วน) และทางขับ B1 ของท่าอากาศยาน เป็นระยะเวลา 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. นี้ จนถึงวันที่ 2 พ.ค. 2560 โดยโครงการดังกล่าวจำเป็นต้องปิดพื้นที่ทางวิ่งฝั่งตะวันออก ด้านทิศเหนือ (01R/19L) เป็นระยะทาง 935 เมตร และทางขับเส้น B1 เพื่อซ่อมแซมพื้นผิว โดยในส่วนของทางวิ่งจะปรับปรุงด้วยวิธีการรื้อชั้นแอสฟัลต์คอนกรีตเดิม และปูวัสดุมอดิฟาย์แอสฟัลต์คอนกรีตด้านบน และในส่วนของพื้นผิวทางขับ B1 (Taxiway) จะปรับปรุงด้วยการปูวัสดุปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีตด้านบน ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการปรับปรุงทางวิ่งและทางขับข้างต้น ทสภ. ยังคงให้บริการขึ้น-ลง เที่ยวบินได้ตามปกติ โดยในส่วนของทางวิ่งฝั่งตะวันออกที่มีการปิดปรับปรุงยังคงเหลือระยะทางวิ่งอีก 2,750 เมตร ซึ่งเพียงพอกับการบินขึ้นของอากาศยานเกือบทุกขนาด รวมทั้ง A380 ที่บินพิสัยไกล ในขณะที่ทางวิ่งฝั่งตะวันตกอนุญาตให้อากาศยานทำการวิ่งขึ้นและลงได้ตามปกติ
ทั้งนี้ เพื่อให้การปรับปรุงทางวิ่งและทางขับไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเที่ยวบินและผู้โดยสาร และยังคงประสิทธิภาพในการให้บริการในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ทสภ. ได้แจ้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อออกประกาศ AIP Supplement ให้นักบินและผู้เกี่ยวข้องรับทราบข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนการปรับปรุงทางวิ่งและทางขับของ ทสภ. แล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา รวมทั้งมีการจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกหน่วยงานได้จัดเตรียมแผนไว้รองรับการให้บริการในช่วงดังกล่าว
นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้ประสานความร่วมมือไปยังการท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ในการเตรียมความพร้อมเป็นท่าอากาศยานสำรอง กรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน และอากาศยานไม่สามารถทำการบิน ณ ทสภ. ได้ ซึ่งทุกหน่วยงานได้ให้ความร่วมมือกับ ทสภ. เป็นอย่างดี
สำหรับในส่วนของ ทสภ. เอง ได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการทั้งภายในเขตการบินและนอกเขตการบิน โดยให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาทางวิ่งฝั่งตะวันตก ให้มีสภาพสมบูรณ์เพื่อให้สามารถรองรับเที่ยวบินได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้มีการจัดตั้งศูนย์ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน เพื่อติดตามความก้าวหน้าการซ่อมแซมอย่างใกล้ชิดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยเป็นไปตามแผนระยะเวลาการดำเนินงานที่กำหนด และจัดตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร เพื่อประสานเตรียมความพร้อมรองรับ กรณีเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ที่ทำให้เกิดความล่าช้าของเที่ยวบิน
นายหลุยส์ มอเซอร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ หรือ AOC กล่าวว่า การปิดซ่อมทางวิ่งครั้งนี้ประเมินสถานการณ์ว่าจะใกล้เคียงกับการรับมือสถานการณ์การปิดซ่อมแซมทางวิ่ง เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้การบริหารจัดการการจราจรทางอากาศเป็นไปได้ยากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณในความร่วมมือ และการประสานงานอย่างดีของทุกฝ่าย ในการทุ่มเทการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อพร้อมรับกับผลกระทบและสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น









