จะไต่ระดับสูงขึ้นในไตรมาส 1/60
ประเด็นการลงทุน
ในมุมมองของเรา ราคาหุ้น BA ซึ่งปรับตัวด้อยกว่าตลาดโดยรวมในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยไปแล้ว ปัจจุบันราคาหุ้นค่อนข้างถูก โดยซื้อขายกันที่ PER ณ สิ้นปี 2560 ที่ 16.2 เท่าและ PER (สายการบิน) อยู่เพียงแค่ 9.2 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 20.9 เท่า นอกจากนี้คาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีของกำไรหลักที่ 18% ของบริษัทในช่วงปี 2559-2561 เทียบกับตลาดที่ 8% หนุนโดยการขยายเส้นทางบินและฝูงบิน น่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อไป
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
จากการปราบปรามทัวศูนย์เหรียญของรัฐบาลซึ่งเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ส.ค. ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมายังประเทศไทยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนคิดเป็น 26.9% ของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในปี 2559 กรมการท่องเที่ยวได้ เผยถึงตัวเลขสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในเดือน พ.ย. (ลดลง 4.4% YoY) เทียบกับการเติบโตที่ 11.2% YoY ในช่วง ม.ค-พ.ย. 2559 อย่างไรก็ตามตัวเลข นักท่องเที่ยวต่างชาติค่อยฟื้นตัวในเดือน ธ.ค. โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยขยายตัว 1.1% YoY มาอยู่ที่ 3.1 ล้านคน หรือคิดเป็นการหดตัว 0.9% YoY และ 5.6% QoQ ในไตรมาส 4/59 ทั้งนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยโดยรวมในปี 2559 อยู่ที่ 32.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.9% YoY (รูป 1&2)
... กำไรไตรมาส 4/59 ของ BA ก็เช่นกัน....
เนื่องจาก BA เป็นสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบซึ่งให้บริการกับผู้โดยสารทั่วโลกผ่านทางสายการบิน พันธมิตร ดังนั้นเราคาดว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยผู้โดยสารชาวจีนของ BA คิดเป็นเพียง 4% ของผู้โดยสารรวมเท่านั้น นอกจากนี้บริษัทยังคงขยายเส้นทางการบินใหม่อย่างต่อเนื่องในปีนี้ซึ่งน่าจะเป็นอีกปัจจัยหนุนการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร
เราคาดว่า BA จะประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 ที่ 142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 255% YoY แต่ลดลง 79% QoQ หากไม่คาดการณ์ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 51 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 4/59 คาดว่าจะอยู่ที่ 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% YoY แต่ลดลง 69% QoQ โดยปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของกำไรหลัก YoY ได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และ 2) ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง ขณะที่ปัจจัยหลักเบื้องหลักการหดตัวของกำไรหลัก QoQ ได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารที่ลดลงเนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวที่เกาะสมุย, 2) ค่าโดยสารเฉลี่ยที่ต่ำลง, 3) ราคาน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มสูงขึ้น และ 4) ค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้น (โบนัสพนักงาน) (รูป 3&4)
คาดการเติบโตของกำไรหลัก QoQ จะกลับมาอีกครั้งในไตรมาส 1/60
จากนโยบายล่าสุดของรัฐบาลในการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (1,000 บาท) ของสถานฑูตไทยแก่ประเทศต่างๆ 19 ประเทศ รวมถึงประเทศจีน และการปรับลดค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าจาก ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (จาก 2,000 บาท เหลือเพียง 1,000 บาท) ในช่วงวันที่ 1 ธ.ค. 2559 จนถึง 28 ก.พ. 2560 กอปรกับเข้าใกล้ช่วงวันหยุดตรุษจีน เราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะพลิกกลับอย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้ โดยสถิติเบื้องต้นของ AOT บ่งชี้ว่าจำนวนผู้โดยสารโดยรวมขยายตัวขึ้น 11% YoY ในช่วง 1-22 ม.ค. (เทียบกับ 8.9% เดือน ธ.ค. 2559) หนุนโดยทั้งผู้โดยสารระหว่างประเทศ (เพิ่มขึ้น 7.3% YoY [เทียบกับ 3.8% ในเดือน ธ.ค.2559]) และผู้โดยสารภายในประเทศ (เพิ่มขึ้น 15.9% YoY [เทียบกับ 15.7% ในเดือน ธ.ค.2559]) ทั้งนี้จากความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารในไตรมาส 1/60 เราจึงคาดว่ากำไรหลัก ในไตรมาส 1/60 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรหลักของ BA ในไตรมาส 1/60 คาดว่าจะอ่อนตัวลง YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้น








