วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครึ่งทางช้อปช่วยชาติคึกคัก

แคมเปญ “ช้อปช่วยชาติ” กระตุ้นบรรยากาศใช้จ่ายได้ไม่น้อย

โดยผ่านครึ่งทางแคมเปญ “ช้อปช่วยชาติ” ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา กระตุ้นบรรยากาศใช้จ่ายได้ไม่น้อย ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกยังระดมทัพสินค้า “ลดกระหน่ำ” ปลุกกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยมั่นใจว่าช่วง 10 วันสุดท้ายก่อนสิ้นสุดมาตรการ 31 ธ.ค.นี้ การจับจ่ายจะคึกคักขึ้นอีก

  นงลักษณ์ โลหะมาณพ ผู้จัดการใหญ่การตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า ผู้บริโภคมีความตื่นตัวในการใช้จ่ายมากขึ้นตั้งแต่เริ่มมาตรการวันที่ 14 ธ.ค. โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีลูกค้ามาจับจ่ายใช้สอยและออกใบกำกับภาษีเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดขายของกลุ่มเดอะมอลล์ ระหว่างวันที่ 14-20 ธ.ค. เติบโตกว่า 8% มีผู้มาออกใบกำกับภาษีเพิ่มขึ้น 7 เท่า (ปีที่ผ่านมาช่วงนี้ไม่มีช้อปช่วยชาติ) คาดว่าผู้บริโภคจะมีใช้จ่ายสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่เหลือ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาสต่อเนื่องถึงวันปีใหม่

เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าออกมาใช้จ่ายในช่วงโค้งสุดท้ายของโครงการช้อปช่วยชาติ เดอะมอลล์ ได้จัดงานเซลนอกพื้นที่ “มหกรรมลดทะลุพิกัด” ในคอนเซปต์ “มอบส่วนลดด้วยใจ ลดใหญ่ส่งท้ายปี” ที่อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 21- 25 ธ.ค.

แคมเปญดังกล่าวยังสอดคล้องนโยบายของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในโครงการ “รวมใจ ช่วยไทย ลดรับปีใหม่” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีและช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภค แบรนด์ต่างๆ รวมกว่า 1 ล้านรายการ อาทิ เครื่องสำอาง นาฬิกา แฟชั่น สินค้าเด็ก อุปกรณ์กีฬา สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า ลดราคาสูงสุด 80% พร้อมโปรโมชั่นจากสถาบันการเงินต่างๆ

นอกกจากนี้ได้เปิดพื้นที่ให้ชาวนานำข้าวมาจำหน่ายตรงผู้บริโภค พร้อมรับซื้อข้าวสารจากชาวนามาจำหน่ายในราคาพิเศษ “กิโลกรัมละ 9 บาท” จำหน่ายเฉพาะงานนี้ช่วง ซูเปอร์ ช็อก ไพร์ซ ลดราคาต่ำกว่าทุน อีกด้วย วันละ 3 รอบ 13.00-16.00-19.00 น. โดยจำหน่ายข้าวสารวันละ 420 กิโลกรัม แบ่งจำหน่ายรอบละ 140 กิโลกรัม

ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า มาตรการช้อปช่วยชาติครั้งนี้มีระยะเวลายาวถึง 18 วัน เทียบครั้งก่อนเพียง 7 วัน ทำให้การใช้จ่ายน่าจะคึกคักอย่างมากในสัปดาห์สุดท้าย

“บรรยากาศชอปปิงวันธรรมดาลูกค้ามาเรื่อยๆ และคึกคักขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ หากเทียบปีก่อนอาจจะเปรี้ยงกว่าเพราะเป็นช่วงสั้น ครั้งนี้มีเวลาคิด มีเวลาซื้อ”

อย่างไรก็ตาม การจัดโปรโมชั่นหลักของผู้ประกอบการแต่ละรายมีความน่าสนใจอย่างมาก รวมทั้งการส่งเสริมการขายผ่านบัตรเครดิตต่างๆ เป็นปัจจัยเร่งและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อที่สำคัญ สำหรับเซ็นทรัลมีไฮไลท์รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% ซึ่งมั่นใจว่าจะทำให้ยอดขายดีดตัวขึ้นอย่างแน่นอน

ชาญชัย เชิดชูวงศ์ธนากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจค้าปลีก บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่นที่มีการจับจ่ายสูงสุดของทุกปี ซึ่งครั้งนี้มีทั้งมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐและการทำตลาดเชิงรุกของภาคเอกชน ทำให้กระแสการจับจ่ายคึกคัก

โดยสยามพิวรรธน์ ได้สร้างความแตกต่างในการชอปปิงโดยเพิ่มมูลค่าการจับจ่ายให้ลูกค้ามากขึ้นผ่านโปรโมชั่น “Give Good Love” หรือ รวมพลังช้อปปันรัก เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าภายในสยามดิสคัฟเวอรี่ 1.5 หมื่นบาท ขึ้นไป รับบัตรกำนัลสยามกิ๊ฟท์การ์ด มูลค่า 1,500 บาท ถึง 31 ธ.ค. สมาชิกบัตร VIZ และ สมาชิก สยามดิสคัฟเวอรี่ โมบาย แอพพลิเคชั่น รับสิทธิ์เพิ่ม

"ปีนี้ บรรยากาศโดยรวมของสังคมต่างจากทุกปีที่ผ่านมา เราจึงแปลความหมายของเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี เป็นความสุขที่เกิดจากการให้และการแบ่งปัน ถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะสร้างสรรค์ภายในสยามดิสคัฟเวอรี่ รวมถึงจัดพื้นที่ให้คนไทยได้แสดงความรักและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน โดยจุดดิสเพลย์แรกเป็นมุมห้องนั่งเล่นแห่งความรัก เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความรักต่อกันผ่านกิจกรรมถ่ายภาพ เป็นมุมแห่งความรักที่ให้ทุกคนมอบกำลังใจซึ่งกันและกัน และพื้นที่แสดง Art Installation นำเสนอโครงการพระราชดำริฝนหลวง และโครงการพัฒนาพลิกฟื้นผืนป่า เปิดให้ประชาชนเข้ามาสัมผัสและเชื่อมต่อถึงกันในความรู้สึกร่วมกัน”

กิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้แคมเปญ “Citizen of Love : It’s time to Give Good Love” ซึ่งใช้งบกว่า 30 ล้านบาท ตกแต่งสร้างบรรยากาศในการชอปปิง โปรโมชั่น และกิจกรรมเพื่อสังคม คาดว่าจะดึงดูดนักช้อปทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาจับจ่ายภายในศูนย์เฉลี่ยวันละ 8 หมื่น ถึง 1 แสนคน สร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 15-20%

พร้อมกันนี้ ได้จัดเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์สำหรับอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบอย่างสะดวกและรวดเร็ว