"สภาอุตฯท่องเที่ยว" ประเมินตลาดต่างชาติไตรมาสแรกปี 60 ยังอ่อนตัว เหตุตลาดจีนอยู่ระหว่างปรับตัว หลังรัฐปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย
การปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย ยังคงกดดันการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยภาคเอกชนท่องเที่ยวประเมินว่า อาจส่งผลทำให้จำนวนท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้า เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดหลักของไทย
นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า จากการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4/2559 พบว่า อยู่ในระดับ 97 ใกล้เคียงปกติ
ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ไตรมาสที่ 1/2560 เพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับ 104 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน สะท้อนให้เห็นมุมมองของผู้ประกอบการที่เชื่อว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวจะดีขึ้น หากผู้ประกอบการปรับตัวให้เข้ากับมาตรการจัดระเบียบทัวร์ผิดกฎหมายที่มีผลทำให้ตลาดชะลอลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และอาจต่อเนื่องถึง 3 เดือนแรกของปี 2560
อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจของผู้ประกอบการที่สูงขึ้น สวนทางกับคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 ที่จะอ่อนตัวลงราว 3.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวราว 8.71 ล้านคน สาเหตุหลักเป็นเพราะจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ยังอยู่ในช่วงปรับตัว 3 เดือนแรก โดยคาดว่าจะมีจำนวนเข้ามาราว 2.1ล้านคน ลดลงราว20%
บ.ทัวร์ขายแพ็คเกจสอดคล้องตลาด
ทั้งนี้ สัญญาณที่ดีขึ้นของตลาด มาจากการดำเนินการสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศ คือ รัฐบาลจีนและไทยที่เห็นสอดคล้องในทางเดียวกันว่าการจัดระเบียบครั้งนี้ จะมีผลประโยชน์ระยะยาวในการปรับคุณภาพบริการนักท่องเที่ยวจีนให้มาไทยประทับใจ ไม่มีปัญหาการถูกหลอกลวงหรือเอารัดเอาเปรียบเหมือนที่ผ่านมา
ขณะที่ฝั่งบริษัทนำเที่ยวเริ่มนำเสนอราคาขายแพ็คเกจให้สอดคล้องกับมาตรฐานราคาขั้นต่ำที่รัฐกำหนด และสุดท้ายคือผู้บริโภคเริ่มมีความเข้าใจมากขึ้นในการจับจ่ายที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับคุณภาพและมาตรฐานบริการที่ดีกว่าเดิม
“คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2560 ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ คือ แนวนโยบายการจัดระเบียบทัวร์ผิดกฎหมายของภาครัฐในระยะยาว ต้องยอมรับว่าเมื่อมีมาตรการและผลกระทบเกิดขึ้น จะใช้เวลาฟื้นแบบเห็นผลทันทีทันใดไม่ได้ แต่สัญญาณที่ดีขึ้น มีความเข้าใจที่ดีในระดับภาครัฐและเอกชนที่ชัดเจนขึ้นแล้ว
ขณะที่สัญญาณบวกอีกประการคือ เที่ยวบินที่เคยปรับลดตารางการบินลง ก็เริ่มหันมาให้บริการตามปกติ และมียอดจองเข้ามาต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT)ที่เข้ามาทดแทนสูงมาก ดังนั้นจึงคาดว่าจะเป็นผลระยะสั้นต่อเนื่องจากปีก่อนเพียง 3 เดือนแรกของปี 2560 เท่านั้น ซึ่งเป็นเวลาที่ธุรกิจต้องปรับตัว ช่วงตรุษจีนปีนี้เทียบกับปี 2559 นักท่องเที่ยวอาจจะลดลงราว 30%เพราะบริษัททัวร์บางรายที่ต้องเตรียมการขายล่วงหน้าก่อนหน้านี้ พลิกสถานการณ์กลับมากระตุ้นกำลังซื้อคนจีนไม่ทันแต่หลังจากนั้นกระแสการเดินทางจะฟื้นเป็นปกติ”
คาดไตรมาส4ตลาดจีนวูบ12.21%
ทั้งนี้ ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ไทยมีนักท่องเที่ยวจีน 4.74 แสนคน ลดลงราว 16.22%จากช่วงเดียวกันของปี 2558 ขณะที่ไตรมาส 4 ของปีนี้ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีน 1.6 ล้านคน ลดลงกว่า 12.21% และคาดว่าตลอดปี 2559 จะนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาราว 8.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12.33%
โดยหลังจากที่ภาคธุรกิจใช้เวลาปรับตัวแล้วคาดว่าในปี 2560 ตลาดจีนจะกลับมาจำนวนสูงราว 9.17 ล้านคน สร้างรายได้รวม 4.94 แสนล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสูงราว 5.3 หมื่นบาท/ทริป สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดเอเชียตะวันออกทั้งหมดที่คาดว่าจะใช้จ่ายอยู่ที่ 4.5 หมื่นบาท
ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดปี 2560 ประเมิน ณ ปัจจุบันคาดว่า จะมีจำนวน 33.73-34.39 ล้านคน หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยที่ 34.06 ล้านคนยังเติบโตราว 4.7%เทียบกับปีนี้ และมีรายได้จากตลาดต่างประเทศราว 1.84 ล้านบาท เติบโตราว 9.8%
จี้เร่งแก้ปัญหาบริการคมนาคม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลจากการสำรวจความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อมาเยือนไทยในช่วงไตรมาส 4/2559 พบว่า อยู่ในระดับ79% หรือ 4.04 จากคะแนนเต็ม 5 โดยนักท่องเที่ยวพึงพอใจต่อทุกด้าน ยกเว้นคุณภาพการให้บริการคมนาคม (แท็กซี่ รถประจำทาง) ที่นักท่องเที่ยวยังไม่พอใจและให้คะแนนต่ำสุดที่ 2.78 ส่วนหมวดหมู่ที่ได้รับความพึงพอใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ 3.48 คะแนน, อาหารไทย 3.45 คะแนน และสิ่งบันเทิง 3.39 คะแนน
นอกจากนั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวในไทย คือ การให้ข้อมูลวิธีการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ และเสนอความเห็นว่าการพัฒนาการคมนาคมไปยังพื้นที่ท่องเที่ยว ควรเพิ่มจำนวนทางเลือกให้หลากหลาย ปรับปรุงคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเดินทาง และการคมนาคมภายในพื้นที่ท่องเที่ยวซึ่งหน่วยงานระดับท้องถิ่นควรบริการหรือจัดให้มีระบบขนส่งที่สะดวกต่อนักท่องเที่ยวในการเข้าถึงมากกว่านี้
เสนอยกเลิกเก็บใบตม.6
นายอิทธิฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า สทท.ยังมีแนวคิดเสนอให้ยกเลิกการเก็บใบตม.6 จากนักเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรทั้งหมด โดยเฉพาะการจัดเก็บจากคนไทยเองที่ประเมินแล้วประโยชน์ที่ได้รับไม่คุ้มกับงบประมาณและเวลาที่ต้องเสียไปกับกระบวนการดังกล่าว และให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไปจัดหาวิธีการที่จะตรวจสอบด้านความปลอดภัยในรูปแบบอื่นๆ เพราะเมื่อดูจากหลายประเทศในขณะนี้ มีการหันไปใช้วิธีการอื่นๆ ในการติดตามตรวจสอบที่ดีกว่า และนักท่องเที่ยวไม่ต้องเสียเวลา ขณะเดียวกันขั้นตอนการไหลเวียนของผู้โดยสารขาเข้าที่สนามบินก็จะรวดเร็วยิ่งขึ้น
“ไทยเที่ยวไทย”ดันรายได้7.8พันล.
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการททท. กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. -3 ม.ค. คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไทยราว 2.27 ล้านคน/ครั้ง หรือลดลง 1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 และมีการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 7,823.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 11.83%
โดยสาเหตุที่ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลง เนื่องจากส่วนใหญ่ยังงดเว้นกิจกรรมบันเทิงรื่นเริง และปรับรูปแบบกิจกรรม เช่น อยู่ที่บ้านหรือเข้าร่วมการสวดมนต์ข้ามปีแทนการออกไปท่องเที่ยวพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวห่างไกล แต่ด้วยรายได้ที่ยังปรับสูงขึ้นได้ เป็นเพราะนักท่องเที่ยวมีแรงจูงใจในการใช้จ่ายมากขึ้นจากมาตรการลดหย่อนภาษีที่ออกมาระหว่างวันที่ 14-31 ธ.ค.









