วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

KSL - ซื้อ

ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำตาลโลกที่เป็นขาขึ้น

ประเด็นการลงทุน

เรากลับมาวิเคราะห์หุ้น KSL อีกครั้งด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” โดยเราเชื่อว่าหุ้น KSL จะเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์รายหลักจากแนวโน้มราคาน้ำตาลช่วงขาขึ้นซึ่งเป็นผลจากราคาซื้อขายน้ำตาลที่ล็อคล่วงหน้าสำหรับสัญญาซื้อขายในปี 2559/60 นอกจากนี้การฟื้นตัวของธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจเอทานอลจะเป็นอีกปัจจัยที่จะหนุนกำไรสุทธิปี 2559/60 ให้เติบโตก้าวกระโดดซึ่งเราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2560 มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดสูงถึง 87% YoY ถึงแม้ว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกจะปรับตัวลดลงเมื่อเร็วๆ นี้เนื่องจากเงินเรียลที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐฯ (ส่งผลให้มีแรงเทขายจากผู้ค้าน้ำตาลและนักเก็งกำไร) แต่เรายังมองว่าปัจจัยพื้นฐานของอุปทานและอุปสงค์น้ำตาลจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง จากภาวะน้ำตาลในตลาดโลกซึ่งยังคงอยู่ในภาวะขาดดุล (ถึงแม้ว่าจะขาดดุลลดน้อยลง) ต่อเนื่องไปยังปี 2559/60 ราคาเป้าหมายของเราสำหรับ KSL ที่ 5 บาทอยู่ภายใต้สมมติฐานโดยอ้างอิงกับอัตราส่วน PER ระยะยาวของหุ้น KSL ที่ 15 เท่า เราเชื่อว่าหากธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจเอทานอลสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในปี 2560 หุ้น KSL ควรจะถูกปรับเพิ่มมูลค่าให้ไปซื้อขายที่อัตราส่วน PER ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของหุ้นเอง

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ปรับสต็อกน้ำตาลปลายงวดของโลกลงจากเดิม

อ้างอิงจากรายงานตลาดและการค้าน้ำตาลโลกของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ซึ่งออกเป็นรายครึ่งปีในเดือนพ.ย.2559 สต็อกน้ำตาลปลายงวดรวมของปี 2559/60 ถูกปรับลดลงอีก 6.2% มาอยู่ที่ 30.79 ล้านตัน (เทียบกับ 32.82 ล้านตันในรายงานเมื่อเดือนพ.ค. 2559) เนื่องจากสต็อกปลายงวดที่ลดลงของประเทศอินเดีย (ลดลง 21% มาอยู่ที่ 6.33 ล้านตัน) ประเทศจีน (ลดลง 19% มาอยู่ที่ 2.56 ล้านตัน) ประเทศเม็กซิโก (ลดลง 5% มาอยู่ที่ 1.31 ล้านตัน) และประเทศอิหร่าน (ลดลง 24% มาอยู่ที่ 0.45 ล้านตัน) หากเปรียบเทียบ YoY สต็อกน้ำตาลปลายงวดรวมของปี 2559/2560 (ล่าสุดในเดือนพ.ย. 2559) ปรับตัวลดลง 19% YoY (มาอยู่ที่ 30.79 ล้านตัน) เนื่องจากประเทศอินเดีย (ลดลง 35% YoY) ประเทศไทย (ลดลง 30%) ประเทศจีน (ลดลง 44%) และประเทศอียู (ลดลง 75%) เราประเมินว่าเนื่องมาจากผลผลิตน้ำตาลของประเทศอินเดียและประเทศไทยที่ลดลง รวมถึงการบริโภคน้ำตาลในตลาดโลกที่ทำสถิติใหม่สูงสุดในปี 2559/60 สต็อกน้ำตาลปลายงวดในตลาดโลกสำหรับปี 2559/60 ถือว่าทำสถิติอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2553/54 เป็นต้นมา

ภาวะน้ำตาลโลกที่ขาดดุล (ถึงแม้จะขาดดุลลดลง) จะยังคงเกิดขึ้นต่อไปในปี 2559/60

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ คาดว่าภาวะการบริโภคน้ำตาลในตลาดโลกจะยังคงสูงกว่าผลผลิตที่ออกมาสำหรับในปี 2559/60 ส่งผลให้ภาวะขาดดุลน้ำตาลอยู่ที่ 2.63 ล้านตันในปี 2559/60 (ถึงแม้ว่าจะต่ำกว่าภาวะขาดดุล 6.68 ล้านตันในปี 2558/59) เนื่องจากผลผลิตที่ลดลงของประเทศอินเดียและไทย และการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในประเทศอินเดีย สหรัฐฯ รัสเซีย และไทย บริษัทวิจัย F.O. Lichts ได้คาดภาวะขาดดุลของน้ำตาลโลกที่ 6.26 ล้านตันในปี 2559/60 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับภาวะขาดดุลที่ 6.38 ล้านตันในปี 2558/59 และคาดอัตราส่วนสต็อกน้ำตาลโลกต่อการบริโภคมีแนวโน้มลดลงจาก 39% ในปี 2558/59 เหลือ 34% ในปี 2559/60

ราคาส่งออกน้ำตาลตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และมาร์จิ้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2559/60

เราใช้สมมติฐานว่าบริษัทอ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด (อนท.) ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายน้ำตาลโควต้า ข. และกำหนดราคาส่งออกสำหรับน้ำตาลโควตา ข. ทำการล็อกราคาล่วงหน้ามากกว่า 70% สำหรับสัญญาซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้าสำหรับปี 2559/60 ที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่สูงขึ้นในกรอบ 20.5-21 เซ็นต์ต่อปอนด์ โดยสัญญาล่วงหน้ายาวไปจนถึงเดือนมี.ค.-ธ.ค. 2560 (เทียบกับราคาที่ 15-16 เซ็นต์ต่อปอนด์ในปี 2559/60) ทั้งนี้ราคาส่งออกของอนท. จะเป็นตัวกำหนดต้นทุนอ้อยภายใต้นโยบายระบบแบ่งปันผลประโยชน์น้ำตาล 70:30 ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล (หรือผู้ประกอบการน้ำตาล) เราใช้สมมติฐานว่าราคาส่งออกน้ำตาลของ KSL มีแนวโน้มอยู่ที่ 20.7 เซ็นต์ต่อปอนด์ (หรือ 557 เหรียญต่อตัน) ในปี 2559/60 หรือคิดเป็นสูงกว่าราคาส่งออกของอนท. 2 เซ็นต์ต่อปอนด์ ส่งผลให้เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำตาลของ KSL มีแนวโน้มฟื้นตัวจาก 24% ในปี 2559 มาเป็น 26% ในปี 2560 ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น