วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

นบข.พยุงราคาข้าวเปลือกเหนียว ตันละ1.3หมื่น

"นบข." ไฟเขียวมาตรการสินเชื่อชะลอขายข้าวเหนียว พยุงราคาฤดูผลิต 2559/2560 เกษตรกรได้รวมตันละ 1.3 หมื่นบาท เตรียมเสนอ ครม.สัปดาห์หน้า

การประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) วานนี้ (18 พ.ย.) เห็นชอบมาตรการพยุงราคาข้าวเปลือกเหนียว ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกันกับที่ใช้ในการดูแลราคาข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิและข้าวเปลือกเจ้าและข้าวหอมปทุม

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมนบข.อนุมัติโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกเหนียวฤดูกาลผลิต 2559/2560 ที่จะมีผลผลิตออกในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ โดยให้สินเชื่อผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในสัดส่วน 90% ของราคาตลาด

ราคาตลาดข้าวเปลือกเหนียวในปัจจุบัน เฉลี่ยอยู่ที่ราวตันละ 10,120-11,000 บาท ส่งผลให้วงเงินอุดหนุนเกษตรกรภายใต้โครงการจะแบ่งเป็นราคาข้าวเหนียวตันละ 9,500บาท ค่าขึ้นยุ้งฉาง 1,500 บาท และการบริหารจัดการ 2,000 บาท รวมตันละ 13,000 บาท
ขณะที่ เกษตรกรไม่มียุ้งฉางจะได้รับเงินอุดหนุนตันละ 11,500 บาท

ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามมติของนบข. ออกมาตรการสินเชื่อสำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเจ้า โดยข้าวเปลือกหอมมะลิ เกษตรกรจะได้ในราคาตันละ 13,000 บาท ขณะที่ข้าวเปลือกขาวและข้าวหอมปทุมจะได้ในราคาตันละ 11,525 บาท

นางอภิรดี คาดว่าจะสามารถดูดซับผลผลิตข้าวเหนียวรวมกับโครงการชะลอการขายข้าวหอมมะลิได้ปริมาณ2ล้านตัน จากผลผลิตข้าวเหนียวที่คาดว่าจะออกมาทั้งหมดในฤดูกาลผลิตดังกล่าวปริมาณ6ล้านตัน

สำหรับ วงเงินดำเนินการจะใช้งบประมาณในกรอบเดิมของโครงการชะลอซื้อขายข้าวหอมมะลิที่ออกมาก่อนหน้านี้ราว 2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้มติที่ประชุมจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบอีกครั้งในวันที่22พ.ย.นี้

“นอกจากโครงการสินเชื่อชะลอการขายผลผลิตแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังจะดำเนินการช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกรด้วยการกำกับดูแลจ้างรถเกี่ยวต่อไร่อยู่ที่ 550-650 บาท จากปัจจุบันที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 550-800 บาท อีกทั้งยังร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยนำรถเกี่ยวข้าวจำนวน 10 คัน มอบให้กองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 2 เพื่อให้ชาวนาได้ยืมใช้ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่จะมีผลผลิตออกมาพร้อมกัน”

นางอภิรดี ยังกล่าวอีกว่า ภายในที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบขยายเวลาการให้สินเชื่อโครงการชะลอการขายข้าวสำหรับข้าวเปลือกเจ้าและข้าวปทุมธานีในพื้นที่ภาคใต้ออกไปถึงเดือน ก.ค.2560 จากเดิมที่โครงการมีระยะเวลากำหนดภายในเดือน ก.พ.2560 เนื่องจากพบว่าผลผลิตในพื้นที่ภาคใต้ออกช้ากว่าภาคอื่น โดยเฉลี่ยออกในช่วงเดือน ก.พ.-ก.ค. ของทุกปี

สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวไทยในปัจจุบัน พบว่าสถานการณ์ราคาเริ่มทรงตัวจากคุณภาพข้าวหลังเก็บเกี่ยวพบว่าดีขึ้น ประกอบกับผู้ส่งออกเริ่มอยู่ในภาวะของการหาผลผลิตไปขายเนื่องจากภาพรวมของโครงการชะลอขายข้าวทำให้ชาวนาเก็บผลผลิตมากขึ้น จึงทำให้ข้าวไหลออกสู่ตลาดในปริมาณน้อยและมีราคาปรับสูงขึ้น โดยหลังจากนี้เชื่อว่าทิศทางราคาข้าวน่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ล่าสุดประเทศฟิลิปปินส์ยังได้แสดงความสนใจสั่งซื้อข้าวจากเอกชนไทยอีก2แสนตันในรูปแบบซื้อผ่านเอกชน และเชื่อว่าในอนาคตจะมีการสั่งซื้อข้าวระหว่างรัฐต่อรัฐเพิ่มเติมอีกแน่นอน ซึ่งจะเป็นผลให้ราคาข้าวปรับตัวดีขึ้นได้ อีกทั้งข้าวไทยยังมีการันตีคุณภาพโดยการประกวดข้าวดีเด่นของโลกประจำปี 2016 ในงาน The World Rice Conference ระหว่างวันที่ 16-18พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งข้าวหอมมะลิไทยได้รับรางวัลชนะเลิศ ขณะที่ ข้าวจากกัมพูชาได้อันดับสอง ดังนั้นจึงเป็นการตอกย้ำคุณภาพข้าวของไทยในเวทีระดับโลกอีก

นางสาววิบูลลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ล่าสุดฟิลิปปินส์มีการเจรจาเตรียมสั่งซื้อข้าวล็อตใหม่เพิ่มเติมอีก2แสนตันโดยจะจัดซื้อผ่านเอกชน ซึ่งภายในงาน The World Rice Conference ที่ผ่านมาพบว่า ฟิลิปปินส์ให้ความสนใจข้าวไทยอย่างมาก

ดังนั้นจึงมั่นใจว่าไทยจะสามารถคว้าคำสั่งซื้อใหม่ของฟิลิปปินส์ที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ได้

นอกจากนี้กระทรวงฯ ยังอยู่ระหว่างจับตามาตรการสั่งซื้อข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ฟิลิปปินส์กำลังพิจารณาซึ่งไทยพร้อมเข้าร่วมประมูล และคาดการณ์ว่าปัจจัยจากการสั่งซื้อข้าวในต่างประเทศล็อตใหม่นั้นจะทำให้เป้าส่งออกข้าวในปีนี้ถึง 9.5 ล้านตัน