วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 16 พฤศจิกายน 2559

ราคาน้ำมันดิบทะยานกว่าร้อยละ 6 จากความคาดหวังต่อผลการประชุมของกลุ่มโอเปค

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นกว่าร้อยละ 6 โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่มากที่สุดในรอบ 7 เดือน จากความคาดหวังของตลาดอีกครั้งต่อการประชุมกลุ่มโอเปคที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. ที่จะถึงนี้ โดยตลาดคาดหวังว่ากลุ่มโอเปคอาจเจรจาเพื่อลดกำลังการผลิตลงได้สำเร็จ

+ ความคาดหวังดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากการที่นายพล Mohammed Barkindo เลขาธิการประจำกลุ่มโอเปคจะเดินทางไปยังประเทศอิหร่านเพื่อหารือเกี่ยวกับการลดกำลังการผลิต และเข้าพบกับนาย Nicolas Maduro ประธานาธิบดีประเทศเวเนซุเอลา ที่กรุง Caracas เพื่อหารือเกี่ยวกับการลดกำลังการผลิตเช่นกัน

+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงสนับสนุนจากการที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดิอาระเบียอาจเข้าพบกับรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานรัสเซียที่ประเทศกาต้าร์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปคและกลุ่ม non-OPEC อีกครั้ง

+ ความกังวลต่อปริมาณอุปทานน้ำมันดิบที่ลดลงในไนจีเรีย หลังท่อขนส่งน้ำมันหลัก Nembe Creek Trunk Line ขนาดกำลังการขนส่ง 300,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งอยู่บริเวณทางตอนใต้ของพื้นที่ Niger Delta ถูกโจมตีโดยกลุ่ม Niger Delta Avengers ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายนี้ได้กล่าวว่าจะยังคงโจมตีต่อไปจนกว่าจะมีการเจรจาที่แน่ชัด

- อย่างไรก็ดี หลังตลาดปิดการซื้อขายได้มีการรายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ จากสถาบันปิโตรเลียมสหรัฐ หรือ API ปรับตัวขึ้นกว่า 3.6 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 489 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับขึ้นเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาดในสหรัฐฯ ประกอบกับโรงกลั่นในประเทศเกาหลีใต้กลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งหลังจากปิดซ่อมบำรุงไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยอุปทานยังคงล้นตลาดเนื่องจากไม่สามารถส่งออกไปยังตะวันตกได้จากความไม่คุ้มทุน นอกจากนี้โรงกลั่นในประเทศเกาหลีใต้มีความพยายามที่จะส่งออกน้ำมันดีเซลหลังการทดสอบการผลิตในเดือนตุลาคมประสบความสำเร็จ

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

           ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

           ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 44-49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ตลาดยังกังวลว่ากลุ่มโอเปคตกลงกันที่จะปรับลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 32.5 – 33.0 ล้านบาร์เรลได้หรือไม่ จากตัวเลขคาดการณ์ล่าสุด เดือน ต.ค. ที่ 33.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) กล่าวว่า หากกลุ่มโอเปคไม่สามารถตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลงได้ จะส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบจะยังคงล้นตลาดต่อเนื่องในปี 2017

- ค่าเงินดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นและส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบต่อเนื่อง หลังนักลงทุนคลายกังวลต่อประธานาธิบดีของสหรัฐ คนใหม่ ที่มีนโยบายในเชิงสุดโต่ง ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ ธนาคารกลางสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน ธ.ค.

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ เริ่มปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น และปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยสัปดาห์ล่าสุด ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 4 พ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้


                                                                       -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999