วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรก 'รื้อคาดการณ์' กำไรบจ.

การที่ "บจ." ประกาศกำไรไตรมาส3 และงวด9 เดือนของปีนี้ออกมา โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งพอจะเห็นทิศทางว่าจะปรับ "เพิ่มหรือลด"

บล.เอเซียพลัส ประเมินว่า หลังจากที่ผลประกอบการไตรมาส 3/2559 ของกลุ่ม Real Sector เบื้องต้นมีแนวโน้มที่ฝ่ายวิจัยจะปรับเพิ่มและลดประมาณการกำไรในปีนี้ของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งโดยภาพรวมแล้วคาดว่า กำไรสุทธิของตลาดจะเพิ่มขึ้นราว 1 หมื่นล้านบาท จาก 8.6 แสนล้านบาท ขึ้นเป็น 8.7 แสนล้านบาท และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) มีแนวโน้มขยับขึ้นจาก 90.14 บาทต่อหุ้น เป็น 91.19 บาทต่อหุ้น ทำให้การเติบโตของกำไรต่อหุ้นในปีนี้จะสูงเกิน 31% ส่งผลให้ปี 2560 การเติบโตจะลดลงจากเดิม 9% แต่โดยรวมไม่ได้ทำให้ ดัชนีเป้าหมายปี 2560 แตกต่างจากเดิมมากนัก

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปรับเพิ่มประมาณการ ปี 2559 ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ เพิ่มราว 2 พันล้านบาท วัสดุก่อสร้าง เพิ่มราว 2.3 พันล้านบาท ค้าปลีก เพิ่มราว 1.2 พันล้านบาท พลังงาน เพิ่มราว 5 พันล้านบาท เกษตรและอาหาร เพิ่มราว 2.3 พันล้านบาท และเหล็ก เพิ่มราว 952 ล้านบาท

ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับลดประมาณลง ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ลดลง 2.3 พันล้านบาท เทคโนโลยีการสื่อสาร ลดลง 550 ล้านบาท และโรงแรม ลดลง 1.2 พันล้านบาท

ด้าน อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัย บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า หลังผลประกอบการไตรมาส 3/2559 ทยอยประกาศออกมา มีโอกาสที่ภาพรวมกำไรจะถูกปรับลดลงเล็กน้อย จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ราว 95 บาทต่อหุ้น เป็นผลจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่เลื่อนเปิดตัวโครงการ และยอดขายที่ชะลอลงจากภาวะในประเทศ

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่ช่วยหนุนให้กำไรปีนี้เติบโตได้ หลักๆ มาจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ตามการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน รวมไปถึงกลุ่มสื่อที่ฟื้นตัวจากจุดต่ำเมื่อปีก่อน และกลุ่มขนส่ง

ส่วนปี 2560 คาดว่ากำไรต่อหุ้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 103 บาทต่อหุ้น โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ในเรื่องการบริโภค และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

“แนวโน้มกำไรในปีหน้ามีโอกาสที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นได้ เพราะฝ่ายวิจัยมองว่าจีดีพีปีหน้ามีโอกาสเติบโตขึ้น 3.6% จากเดิมที่คาดเติบโต 3.4% เนื่องจากเราเริ่มเห็นสัญญาณการบริโภคที่ฟื้นตัว และการลงทุนของภาครัฐที่เดินหน้าได้มากขึ้น”

ขณะที่ ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ไม่น่าจะมีการปรับมากนัก โดยยังคาดการณ์กำไรปีนี้ที่ 95 บาทต่อหุ้น และปี 2560 ที่ 103 บาทต่อหุ้น โดยปัจจัยหนุนการเติบโตในปีหน้าจะมาจากการลงทุนของภาครัฐ และการบริโภคในประเทศที่น่าจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ส่วนปัจจัยที่เคยกดดันตลาด อย่าง การส่งออก มองว่าไม่น่าจะแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว

“ในปี 2560 เชื่อว่าจะยังเห็นการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนต่อเนื่อง ตามภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังเติบโตได้ในระดับกว่า 3% ส่วนปีนี้เชื่อว่ากำไรตลาดน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ที่ 95 บาทต่อหุ้น”