วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาพคล่องแบงก์ตึงตัว‘ทุบสถิติ’

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้สภาพคล่องแบงก์พาณิชย์ทั้งระบบเดือนก.ย.ตึงตัวสุดนับตั้งแต่ปี 2550 หลังมีธนาคารพาณิชย์บางแห่งปล่อยกู้กว่า 4 หมื่นล้าน

ให้ธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อใช้ควบรวมกิจการ ขณะเงินฝากปรับลดลง ประเมินภาพรวมสินเชื่อทั้งปียังโตต่ำ

รายงานข่าวจาก บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า เงินให้สินเชื่อสุทธิเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 7.5 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อน สู่ระดับ 10.5 ล้านล้านบาท เนื่องจากมีดีลสินเชื่อ เอ็มแอนด์เอ รายใหญ่กว่า 4 หมื่นล้านบาทของธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งหนึ่ง ประกอบกับสินเชื่อภาคธุรกิจยังขยายตัวได้ดี ยกเว้นสินเชื่อภาครัฐที่ยังมีฐานะเป็นชำระคืนสุทธิต่อเนื่อง ส่วนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเติบโตได้ดีในทุกกลุ่มธนาคารพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันของการชำระคืนหนี้และแรงซื้อรถใหม่ที่ยังแผ่วตัว ทั้งนี้ สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์เดือนก.ย. ขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 0.29% จากช่วงต้นปี

สำหรับ เงินฝากปรับลดลง 6.2 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 11.15 ล้านล้านบาท เติบโตชะลอลงมาที่ระดับ 1.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 0.38% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

การลดลงของเงินฝากเป็นผลจากการครบกำหนดของเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ และไม่มีการออกโปรโมชั่นเงินฝากที่จูงใจมารองรับ ขณะที่ เงินฝากในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและเล็ก ขยับขึ้นไม่มากนัก แม้ได้รับอานิสงส์จากการชะลอการแข่งขันด้านราคาเงินฝาก

ส่วนสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เดือนก.ย. 2559 ตึงตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่สิ้นปี 2550 (ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยเริ่มเก็บข้อมูลในส่วนนี้) โดยเป็นผลจากการปรับเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อ

ขณะที่ เงินฝากปรับลดลงค่อนข้างมาก โดยสะท้อนผ่านสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 92.10% จากระดับ 90.83% ในเดือนก่อน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณสินทรัพย์สภาพคล่องตามความหมายกว้าง ของธนาคารพาณิชย์ไทยยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี โดยมีจำนวนกว่า 3 ล้านล้านบาท ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการรองรับการดำเนินธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์ในระยะถัดไปอย่างไม่เป็นประเด็นที่ต้องกังวล

ศูนย์วิจัยกสิกร ระบุด้วยว่า แม้ตัวเลขสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ของเดือนก.ย. 2559 จะปรับตัวขึ้นมาก แต่แนวโน้มบรรยากาศการใช้จ่ายในไตรมาสสุดท้ายของปีขณะนี้ คงยังไม่มีปัจจัยเพิ่มเติมที่ทำให้เร่งตัวขึ้นได้เหมือนกับในช่วงปลายปีก่อน

ประกอบกับความกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ น่าจะยังคงทำให้ธนาคารพาณิชย์มุ่งดำเนินนโยบายเครดิตอย่างระมัดระวัง ด้วยเหตุนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า แรงกดดันของการต้องเร่งระดมเงินฝากเพื่อชดเชยเงินฝากส่วนที่ครบกำหนดในช่วงที่เหลือของปี จึงไม่น่าจะมีมากนัก

ทั้งนี้ คาดว่า ภาพของสินเชื่อและเงินฝากข้างต้น น่าจะช่วยประคองให้สภาพคล่องในช่วงที่เหลือของปี อยู่ในระดับที่ยังคงเพียงพอสำหรับรองรับการดำเนินธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์ในระยะต่อไป

โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า การตึงตัวขึ้นของสภาพคล่องในระยะนี้ ส่วนหนึ่งเกิดกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เป็นหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดิมมีสภาพคล่องสูงสุด ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่า การตึงตัวขึ้นของสภาพคล่อง ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นด้วยผลของการบริหารต้นทุนเงินของธนาคารพาณิชย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการบริหารผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ ทำให้สภาพคล่องที่ตึงตัวขึ้นคงเป็นภาวะชั่วคราว และอยู่ในวิสัยที่จัดการได้

ประกอบกับ ธนาคารแห่งประเทศไทยคงติดตามทิศทางสภาพคล่องของระบบการเงินไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลให้ภาพรวมของสภาพคล่องเพียงพอสำหรับรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากเงินทุนไหลออก หากธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงท้ายปี