วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 14 ตุลาคม 2559

ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้น หลังสต็อกน้ำมันสำเร็จรูปสหรัฐลด ขณะ EIA คาดการผลิตน้ำมันสหรัฐชะลอตัว

+ ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นมาอีกครั้ง หลังสำนักสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 7 ต.ค. ปรับลดลง 1.9 และ 3.7 ล้านบาร์เรล สำหรับน้ำมันเบนซินและดีเซล ตามลำดับ ซึ่งสวนทางกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ราว 4.9 ล้านบาร์เรล หลังโรงกลั่นปรับลดการผลิตเนื่องจากเข้าสู่การปิดซ่อมบำรุงก่อนเข้าหน้าหนาว

+ รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำเดือน ต.ค. ของ EIA คาดการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปีนี้จะลดลงราว 0.69 มาเฉลี่ยที่ระดับ 8.73 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ในปี 2560 จะลดลงอีกเล็กน้อยราว 0.14 มาเฉลี่ยที่ 8.59 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม EIA มีการปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของความต้องการใช้น้ำมันโลกปีนี้ลง 0.19 มาอยู่ที่ 1.29 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ปีหน้ามองว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 1.34 ล้านบาร์เรลต่อวัน

+ การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนปรับเพิ่มขึ้น 18% แซงหน้าอันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐ มาอยู่ที่ระดับ 8.04 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ก.ย. โดย BMI คาดว่าจีนจะยังคงนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพื่อเก็บเป็นน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ที่ถังเก็บใหม่ปริมาณ 19 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะสร้างเสร็จในปลายปีนี้ ประกอบกับการผลิตในประเทศที่ปรับลดลง และความต้องการใช้หน้าหนาวที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น

+ นาย Pierre Andurand ผู้จัดการกองทุนชาวฝรั่งเศส ผู้เชี่ยวชาญในตลาดน้ำมันเผยหลังการวิเคราะห์แหล่งผลิตน้ำมันดิบกว่า 10,000 แหล่งทั่วโลกว่า การผลิตน้ำมันดิบจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคปรับตัวลดลงต่อเนื่องโดยเฉพาะในสหรัฐ รวมถึงปริมาณน้ำมันดิบคงคลังหลายแห่งเริ่มทยอยปรับลดลงด้วย และถึงแม้โอเปคจะมีการปรับลดการผลิตหรือไม่ก็ตาม มองว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังมีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะแตะระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในสิ้นปีนี้ และเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีหน้า

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากยังมีแรงซื้อจากอินโดนีเซีย ศรีลังกาและอียิปต์เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่สิงคโปร์สัปดาห์ล่าสุดปรับตัวลดลง หลังปริมาณการส่งออกจากเกาหลีใต้มายังสิงคโปร์ปรับลด

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังโรงกลั่นหลายแห่งในภูมิภาคเริ่มหันไปผลิตน้ำมันก๊าดแทนน้ำมันดีเซลเพื่อเตรียมไว้ใช้ทำความร้อนในหน้าหนาว อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์สัปดาห์ล่าสุดยังคงปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

        ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

        ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ข่าวความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปคและรัสเซียคาดว่าจะหนุนราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจับตาดูการประชุมในวันที่ 28-29 ต.ค. อีกครั้งเพื่อพิจารณาปริมาณการผลิตและจะทำการเชิญผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วยเช่นกัน

- การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในไนจีเรียคาดว่าจะส่งผลกดดันราคาน้ำมัน หลังมีการคาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทในเดือน พ.ย. อาจแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากประเทศกลับมาส่งออกน้ำมันดิบ Bonny light, Qua lboe และ Forcados ได้อีกครั้ง

- ท่าเรือ Zueitina, Ras Lanuf, และ Es Sider หลังจากที่กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบของประเทศปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.54 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ต.ค. จากที่เคยผลิตอยู่ที่ระดับ 0.485 และ 0.32 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. และ เดือน ส.ค. ตามลำดับ

                                                                -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999