วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘แม็คโคร’ รุกตลาดค้าปลีกกัมพูชา

สยามแม็คโครรุกธุรกิจค้าปลีกใน "กัมพูชา" จับมือนักลงทุนท้องถิ่นตั้งบริษัทร่วมทุนถือหุ้น70% โบรกประเมินการแข่งขันอุตสหากรรมค้าปลีกยังเข้ม

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) MAKRO แจ้งว่า บริษัท แม็คโคร อาร์โอเอช จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% ได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ที่จดทะเบียนในประเทศกัมพูชา ชื่อบริษัทย่อยแห่งใหม่ คือ MAKRO (CAMBODIA) COMPANY LIMITED จดทะเบียนในประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2559 เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกค้าส่งและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 2 ล้านดอลลาร์ หรือ 8,000 ล้านเรียลกัมพูชา หรือประมาณ 70 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐ ต่อ 4,000 เรียลกัมพูชา หรือ 35 บาท) 

โครงสร้างการถือหุ้น ประกอบด้วย บริษัท แม็คโคร อาร์โอเอช จากัด ถือหุ้น 70% และนักลงทุนท้องถิ่นชาวกัมพูชา ถือหุ้น 30%  แหล่งเงินทุนที่ใช้มาจากกระแสเงินสดจากการดาเนินงานของบริษัท

นักวิเคราะห์บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการสยามแม็คโครในไตรมาส 3 ปี 2559 มีแนวโน้มทรงตัว อยู่ที่ 1.26 พันล้านบาท จาก 1.24 พันล้านบาทในไตรมาส3 ปีที่แล้ว แม้ว่าการแข่งขันจะยังเข้มข้น แต่ความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ที่ชะลอตัวในตลาดค้าปลีกน่าจะคลี่คลายไปแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากรายได้ภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยหนุนกำลังซื้อของลูกค้าโดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าประเภทอาหาร ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวของไทยที่กำลังบูม คาดจะส่งผลดีต่อธุรกิจHORECA ซึ่งโตได้ถึงสองหลักในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา และขยายตัวได้ถึง 17.0% ในไตรมาส 2 ปีนี้

แม้กำไรจะมีแนวโน้มดีขึ้นในครึ่งหลังปี 2559 แต่คาดว่าผลประกอบการที่อ่อนแอในครึ่งแรกปี 2559 จะฉุดให้กำไรสุทธิใน 2559 ลดลง 2.4% จากปีที่แล้ว เหลือ5.2 พันล้านบาท สมมติฐานหลักของเราได้แก่ same store sales growth (SSSG) ที่ 3.0% จาก 0.6% ใน 2558 เนื่องจากคำสั่งซื้อซ้ำของสินค้าประเภทอาหารสด ซึ่งจะช่วยหนุนให้ยอดขายในปี 2559 โตถึง 11.6% จากปีที่แล้ว เป็น 1.703 แสนล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะลดลง 0.71% เหลือ 8.9% จากกลยุทธ์ด้านราคา ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A/ยอดขาย คาดจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 7.1% จากค่าใช้จ่ายในการขยายสาขา และค่าเสื่อมราคาของอาคารสำนักงานแห่งใหม่