วีรีเทล หรือ ไดโดมอน กรุ๊ป เจรจา "เซ็นทรัลพัฒนา" หวังผูกพันธมิตร เดินหน้าธุรกิจคอมมูนิตี้
‘วีรีเทล’ (WR) หรือชื่อเดิมคือ ไดโดมอน กรุ๊ป (DAIDO) ถูก บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เฟอร์เฟค (PF) เข้าไปเทคโอเวอร์เมื่อปี 2554 และทำการรื้อโครงสร้างครั้งใหญ่ จัดการขายทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิม คือ ร้านอาหาร ให้แก่ ฮอท พอท (HOTPOT) ก่อนจะเปลี่ยนธุรกิจหลักมาเป็นการพัฒนาศูนย์การค้าขนาดเล็ก หรือ คอมมูนิตี้ มอลล์
โดยบริษัทแม่อย่าง พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 94.97% เคยยืนยันว่า บริษัทวีรีเทลจะเดินหน้าในธุรกิจคอมมูนิตี้ มอลล์ต่อไป ซึ่งอยู่ระหว่างการมองหาพันธมิตรที่เข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดก็น่าจะได้ข้อสรุปออกมาแล้วว่าเป็นใคร
แหล่งข่าวโบรกเกอร์ ให้ความเห็นว่า ก่อนหน้านี้บริษัทเคยให้ข้อมูลว่าเจรจากับผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจค้าปลีก และห้างสรรพสินค้าหลายราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ล่าสุดเหมือนว่า บริษัทจะได้ข้อสรุปพันธมิตรใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ที่จะเข้ามาร่วมทุนกับบริษัทวีรีเทลในครั้งนี้ น่าจะเป็นผู้นำในธุรกิจ ห้างสรรพสินค้าของไทยคือ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา (CPN)
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้บริษัทได้ให้ข้อมูลไว้ว่าขณะนี้อยู่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียดถึงรูปแบบในการร่วมทุนในครั้งนี้ โดยจะสามารถสรุปผลและเปิดเผยรายละเอียดได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้
ในเบื้องต้น บริษัทวีรีเทลมีที่ดินอยู่ใน 3 พื้นที่ และมีแผนจะลงทุนพัฒนาโครงการทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ รัชดา มูลค่าลงทุนราว 10,000 ล้านบาท และอีก 2 แห่ง อยู่บริเวณรามอินทรา และศรีราชา ซึ่งยังไม่ได้สรุปเงินลงทุน
สำหรับผลประกอบการที่ผ่านมาของ วีรีเทล ตั้งแต่ปี 2554 บริษัทยังคงมีผลขาดทุนต่อเนื่อง โดยงวด 6 เดือนปีนี้ ยังคงขาดทุน 8.08 ล้านบาท ขณะที่ระหว่างปี 2554 - 2558 บริษัทมีผลขาดทุน 69.78 ล้านบาท 25.75 ล้านบาท 45.17 ล้านบาท 35 ล้านบาท และ 5 ล้านบาท ตามลำดับ
การลงทุนในปัจจุบันของวีรีเทล บริษัทได้ถือหุ้นในบริษัท ออลล์ ดิสเคาท์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าราคาถูก (Discount Store) โดยถือหุ้นในสัดส่วน 50% มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหุ้นวีรีเทล ยังคงอยู่ระหว่างถูกพักการซื้อขาย และยังไม่สามารถแก้ไขผลการดำเนินงานให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ โดยล่าสุดวีรีเทลเข้ามาสู่ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายก่อนที่จะถูกเพิกถอนการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย
ดังนั้น การได้พันธมิตรใหม่เข้ามา และเป็นพันธมิตรที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง และมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจค้าปลีกเช่นนี้น ถือว่าน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของบริษัทวีรีเทล รวมถึงผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค คาดหวังไว้ นอกจากจะผลักดันให้วีรีเทลกลับมาสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทแล้ว น่าจะช่วยส่งผลให้แง่ของมูลค่ากิจการที่เพิ่มขึ้นหลังจากวีรีเทล สามารถกลับเข้ามาเปิดซื้อขายในตลาดหุ้นไทยได้สำเร็จอีกครั้ง หลังจากถูกพักการซื้อขายมาหลายปี ซึ่งราคาหุ้นสุดท้ายอยู่ที่ 4บาท ขณะที่มูลค่าทางบัญชีอยู่ที่ 1.02 บาทต่อหุ้น
แต่สุดท้ายแล้วความพยายามในครั้งนี้ จะเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่นั้น คงจะต้องติดตามผลประกอบการจากธุรกิจวีรีเทลที่จะออกมาในอนาคต









