วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘วีรีเทล’ดึง ซีพีเอ็น ขึ้นแท่นพันธมิตรใหม่

วีรีเทล หรือ ไดโดมอน กรุ๊ป เจรจา "เซ็นทรัลพัฒนา" หวังผูกพันธมิตร เดินหน้าธุรกิจคอมมูนิตี้

‘วีรีเทล’ (WR) หรือชื่อเดิมคือ ไดโดมอน กรุ๊ป (DAIDO) ถูก บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เฟอร์เฟค (PF) เข้าไปเทคโอเวอร์เมื่อปี 2554 และทำการรื้อโครงสร้างครั้งใหญ่ จัดการขายทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิม คือ ร้านอาหาร ให้แก่ ฮอท พอท (HOTPOT) ก่อนจะเปลี่ยนธุรกิจหลักมาเป็นการพัฒนาศูนย์การค้าขนาดเล็ก หรือ คอมมูนิตี้ มอลล์

โดยบริษัทแม่อย่าง พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 94.97% เคยยืนยันว่า บริษัทวีรีเทลจะเดินหน้าในธุรกิจคอมมูนิตี้ มอลล์ต่อไป ซึ่งอยู่ระหว่างการมองหาพันธมิตรที่เข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดก็น่าจะได้ข้อสรุปออกมาแล้วว่าเป็นใคร

แหล่งข่าวโบรกเกอร์ ให้ความเห็นว่า ก่อนหน้านี้บริษัทเคยให้ข้อมูลว่าเจรจากับผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจค้าปลีก และห้างสรรพสินค้าหลายราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ล่าสุดเหมือนว่า บริษัทจะได้ข้อสรุปพันธมิตรใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ที่จะเข้ามาร่วมทุนกับบริษัทวีรีเทลในครั้งนี้ น่าจะเป็นผู้นำในธุรกิจ ห้างสรรพสินค้าของไทยคือ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา (CPN)

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้บริษัทได้ให้ข้อมูลไว้ว่าขณะนี้อยู่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียดถึงรูปแบบในการร่วมทุนในครั้งนี้ โดยจะสามารถสรุปผลและเปิดเผยรายละเอียดได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้

ในเบื้องต้น บริษัทวีรีเทลมีที่ดินอยู่ใน 3 พื้นที่ และมีแผนจะลงทุนพัฒนาโครงการทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ รัชดา มูลค่าลงทุนราว 10,000 ล้านบาท และอีก 2 แห่ง อยู่บริเวณรามอินทรา และศรีราชา ซึ่งยังไม่ได้สรุปเงินลงทุน

สำหรับผลประกอบการที่ผ่านมาของ วีรีเทล ตั้งแต่ปี 2554 บริษัทยังคงมีผลขาดทุนต่อเนื่อง โดยงวด 6 เดือนปีนี้ ยังคงขาดทุน 8.08 ล้านบาท ขณะที่ระหว่างปี 2554 - 2558 บริษัทมีผลขาดทุน 69.78 ล้านบาท 25.75 ล้านบาท 45.17 ล้านบาท 35 ล้านบาท และ 5 ล้านบาท ตามลำดับ 

การลงทุนในปัจจุบันของวีรีเทล บริษัทได้ถือหุ้นในบริษัท ออลล์ ดิสเคาท์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าราคาถูก (Discount Store) โดยถือหุ้นในสัดส่วน 50% มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหุ้นวีรีเทล ยังคงอยู่ระหว่างถูกพักการซื้อขาย และยังไม่สามารถแก้ไขผลการดำเนินงานให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ โดยล่าสุดวีรีเทลเข้ามาสู่ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายก่อนที่จะถูกเพิกถอนการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย 

ดังนั้น การได้พันธมิตรใหม่เข้ามา และเป็นพันธมิตรที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง และมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจค้าปลีกเช่นนี้น ถือว่าน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของบริษัทวีรีเทล รวมถึงผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค คาดหวังไว้ นอกจากจะผลักดันให้วีรีเทลกลับมาสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทแล้ว น่าจะช่วยส่งผลให้แง่ของมูลค่ากิจการที่เพิ่มขึ้นหลังจากวีรีเทล สามารถกลับเข้ามาเปิดซื้อขายในตลาดหุ้นไทยได้สำเร็จอีกครั้ง หลังจากถูกพักการซื้อขายมาหลายปี ซึ่งราคาหุ้นสุดท้ายอยู่ที่ 4บาท ขณะที่มูลค่าทางบัญชีอยู่ที่ 1.02 บาทต่อหุ้น 

แต่สุดท้ายแล้วความพยายามในครั้งนี้ จะเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่นั้น คงจะต้องติดตามผลประกอบการจากธุรกิจวีรีเทลที่จะออกมาในอนาคต