มติบอร์ด กอน.เห็นชอบแผนปรับโครงสร้างอ้อยฯ ล้มระบบโควตาในรอบ 32 ปี เลิกควบคุมราคาน้ำตาลแก้ปัญหาบราซิลจ่อฟ้อง
นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) เปิดเผยผลการประชุมบอร์ด กอน.ครั้งที่ 7/2559 ว่า กอน.เห็นชอบในหลักการแผนปรับโครงสร้างอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ และแนวทางแก้ไขร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล(ฉบับที่..) พ.ศ.... เพื่อให้เป็นไปตามหลักการค้าสากลขององค์การการค้าโลก(WTO) และป้องกันไม่ให้บราซิล ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลเบอร์ 1 ของโลก ฟ้องไทยอุดหนุนปลูกอ้อยและส่งออกน้ำตาล
ทั้งนี้ ภายใต้ร่างพ.ร.บ.อ้อยฯ ฉบับใหม่ จะต้อง 2 ข้อที่สำคัญ และนำไปสู่การปลดล็อคข้อห่วงใยที่อื่นๆของบราซิล คือ 1.ยกเลิก การประกาศราคาน้ำตาลทรายในประเทศ ที่ปัจจุบันประกาศกระทรวงพาณิชย์ กำหนดราคาไว้ที่ 23.50 บาทต่อกิโลกรัม โดยอนาคตจะต้องเคลื่อนไหวตามทิศทางราคาตลาดโลก ที่อาจเป็นราคาอ้างอิง หรือ ราคาแนะนำ เช่นเดียวกับที่ บราซิล อินเดีย และจีน ใช้อยู่ เพื่อไม่ให้บราซิล มองว่าเป็นการบิดเบือนหรือแทรกแซงกลไกราคา
เรื่องที่ 2 คือยกเลิกการกำหนดโควตาน้ำตาล จากปัจจุบันไทยกำหนด เป็น 3 โควตา คือ โควตา ก คือ น้ำตาลทรายขาวที่ใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศ โควตา ข คือ น้ำตาลทรายดิบ เพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศ และโควตา ค คือ น้ำตาลทรายดิบ หรือน้ำตาลทรายขาว ที่เหลือจากการจัดสรร นำมาจำหน่ายเพื่อการบริโภคภายในประเทศ เพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำตาลทรายสำหรับบริโภคในประเทศ ซึ่งขณะนี้มีแนวทางอยู่แล้ว เช่น รูปแบบหนึ่งอาจเป็นการเก็บสต็อกน้ำตาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์จะต้องหารือในรายละเอียดร่วมกันต่อไป
ส่วนการอุดหนุนราคาอ้อยขั้นต้นและขั้นสุดท้าย และการจ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มค่าอ้อยแก่ ชาวไร่อ้อย ในอัตราตันละ 160 บาท ในอนาคตจะต้องเปลี่ยนรูปแบบโดยจะไม่มีการประกาศราคาอ้อยขั้นต้นและขั้นสุดท้าย ที่เป็นการอุดหนุน หรือการันตีราคาจากภาครัฐต่อไป แต่จะต้องดูว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อย่างไร ซึ่งตรงนี้จะต้องหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น อาจดูแลเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต
นอกจากนี้ ร่างพ.ร.บ.อ้อยฯ จะส่งเสริมมาตรฐานประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาลของโรงงานและชาวไร่อ้อย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชาวไร่ที่ปลูกอ้อยได้ตามมาตรฐาน โดยในส่วนของโรงงานที่มีประสิทธิภาพในการผลิตต่ำก็จะต้องจ่ายค่า penaltyในระบบ หากผลิตได้ดีจะได้รางวัลเป็นต้น ขณะเดียวกันอ้อยที่มีคุณภาพต่ำก็จะถูกตัดราคาลงเช่นกัน ซึ่งโครงสร้างใหม่ จะต้องมุ่งเน้นการปรับลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทราย
ขณะที่ เรื่องของระบบแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานในสัดส่วนชาวไร่อ้อย 70% และโรงงาน 30% ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาภายในประเทศที่ต้องตกลงกันระหว่างโรงงานและชาวไร่อ้อย ไม่เกี่ยวกับWTO
อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรม จะนำมติบอร์ด กอน.นำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาภายในเดือนก.ย.นี้ เพื่อให้สามารถนำแผนปรับโครงสร้างอ้อยฯที่ผ่านครม.ไปเจรจากับบราซิลอีกรอบ ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ หวังเปลี่ยนใจไม่ให้บราซิลยื่นฟ้องไทยต่อWTO โดยหาก ครม.เห็นชอบให้หลักการ กอน.จะแต่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงาน เพื่อกำหนดรายละเอียด หรือหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติตามร่างกฎหมายใหม่ที่ไม่ขัดกับWTO ซึ่งคณะทำงานจะมีวาระ 1 ปี จากนั้นกฏหมายใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ต่อไป









