วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ทีเส็บ’รุกดิจิทัลดึงบล็อกเกอร์โหมแคมเปญไตรมาส4

“ทีเส็บ” เผยงานตลาดดิจิทัลไมซ์ 3ไตรมาสแรก ยอดรับรู้ทะลุเป้า ดึงบล็อกเกอร์ต่างชาติร่วมโปรโมทแคมเปญ Spice Up Your Business Agenda

นางสริตา จินตกานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่าภาพรวม 3ไตรมาสการดำเนินงานด้านการตลาดออนไลน์ ปีงบประมาณ  2559 ประสบความสำเร็จอย่างมาก

โดยเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือโซเชียล มีเดีย ของทีเส็บทั้งตลาดต่างประเทศและในประเทศ สามารถสร้างการรับรู้ (Visibility) ของกลุ่มผู้ใช้จากต่างประเทศ จำนวน 19,854,820 วิว และกลุ่มผู้ใช้ในประเทศ จำนวน 8,976,098 วิว

ด้านเว็บไซต์ของทีเส็บ www.businesseventsthailand.com ที่ให้ข้อมูลครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์และให้บริการผู้ใช้ครบถ้วนตามความต้องการ ทั้ง 8  ภาษามียอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ 781,218 เพจวิว ด้านโมบาย แอพพลิเคชั่น Biz Thailand มีจำนวนดาวน์โหลด  2,000 ครั้ง สร้างการรับรู้ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ 2,190,589 วิว

สำหรับการดำเนินงานในช่วง 3 ไตรมาสของแคมเปญตลาดออนไลน์ตลาดต่างประเทศ Spice Up Your Business Agenda 2016 ที่นำเสนอสิทธิพิเศษของสินค้าและบริการที่น่าสนใจแก่นักเดินทางกลุ่มไมซ์มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความประทับใจและมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ และกระตุ้นการใช้จ่ายและขยายระยะเวลาพำนักในประเทศไทยมากขึ้น พบว่ามีจำนวนงานไมซ์ 46 งาน จาก 16 บริษัทของผู้จัดงาน ลงทะเบียนร่วมแคมเปญ

มีจำนวนการแลกรับคูปอง(Redeem Coupon) ประมาณ  8,000 ครั้ง  สามารถสร้างการรับรู้ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ กว่า 10 ล้านวิว โดยสินค้าและบริการที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับของการแลกรับได้แก่ ร้านอาหาร ชอปปิงแหล่งท่องเที่ยว บริการรถเช่ารับ-ส่งสนามบิน และโรงแรมนักเดินทางกลุ่มไมซ์ที่มียอดการแลกรับคูปองเพื่อใช้สิทธิพิเศษของสินค้าและบริการต่างๆ ของแคมเปญสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่ อินเดีย  จีน เวียดนาม สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ปากีสถาน เยอรมัน และไทย

ด้านแคมเปญตลาดในประเทศอย่าง MICE Trip Challenge เน้นสร้างการมีส่วนร่วมและกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ทำให้เกิดกระแสไวรัลนั้น มีผู้นำเสนอสถานที่จัดประชุม-สัมมนาที่มีศักยภาพจากทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้าชมแคมเปญไซต์ www.micetripchallenge.com กว่า 2 หมื่นราย ได้รับเสียงโหวตรวมกว่า 33,000 ครั้ง และสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ถึง 7 ล้านวิว

นางสริตา กล่าวว่าการทำงานในไตรมาสที่ 4 ที่เป็นไฮไลท์ คือ การต่อยอดแคมเปญตลาดต่างประเทศSpice Up Your Business Agenda 2016 จึงจัดให้มีกิจกรรม Bloggers Familiarization Trip ระหว่างวันที่ 4-7 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างการรับรู้ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางเชิงธุรกิจและการท่องเที่ยว (Business with Leisure) ผ่านมุมมองของบล็อกเกอร์ต่างประเทศที่มีชื่อเสียง จำนวน 10 คน จาก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน สิงคโปร์ ไต้หวัน อังกฤษ และออสเตรเลีย ซึ่งได้เข้าร่วมงานไมซ์ที่จัดขึ้นในประเทศไทย มีโอกาสเยี่ยมชมศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ได้สัมผัสประสบการณ์และความประทับใจในการใช้สิทธิพิเศษของสินค้าและบริการต่างๆ ของแคมเปญดังกล่าว  โดยสิทธิพิเศษนั้นมีทั้งในเมืองไมซ์ซิตี้ (กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา) และเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ได้แก่ สมุยและหัวหิน

สำหรับบล็อกเกอร์ที่ร่วมกิจกรรมทั้งหมดจะรายงานสด (live feed) ตลอดทริปและเขียนบทความขึ้นบนเว็บไซต์ของแคมเปญ Spice Up Your Business Agenda 2016 พร้อมแชร์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ของของบล็อกเกอร์แต่ละท่าน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพจและผู้ติดตามด้วยการแสดงความคิดเห็น หรือเผยแพร่ต่อ หรืออื่นๆ เพื่อสร้างการรับรู้และการบอกต่อในวงกว้างโดยคาดว่ากิจกรรม Bloggers Familiarization Trip จะช่วยประชาสัมพันธ์แคมเปญ และคาดว่าจะมีจำนวนการแลกรับคูปอง ถึง 30,000 ครั้ง เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2558

ช่วงไตรมาส 4 ทีเส็บยังดำเนินแคมเปญตลาดออนไลน์ในประเทศที่สำคัญ อาทิ การเปิดตัวแคมเปญ MEET IN THE VILLAGE ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์ออนไลน์เพื่อสร้างกระแสและส่งเสริมการจัดประชุม สัมมนา ในพื้นที่ชุมชน เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์สานพลังประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและยังมีแคมเปญ Digital MICE Award 2016 “Young VDO Contest” เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหมทั้งนักศึกษา และบุคคลทั่วไป ร่วมส่งผลงานคลิปวีดิโอเข้าประกวด เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ และส่งเสริมให้องค์กรภาครัฐและเอกชน จัดงานไมซ์ในประเทศไทยมากขึ้น

โดยทีเส็บคาดการณ์ว่าจากการทำงานเชิงรุกด้านการตลาดออนไลน์ตลอดปี 2559 จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยไปสู่เป้าหมายด้วยจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 1,060,000 คน สร้างรายได้ 92,000 ล้านบาท