วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พิโค่ไฟแนนซ์'เพดานปล่อยกู้ 5หมื่นบาท

สศค.เตรียมหารือแบงก์ชาติ วางแนวทางกำกับดูแล “พิโค่ไฟแนนซ์”ก่อนเปิดให้ผู้ประกอบการมาจดทะเบียน แจงยังใช้หลักเกณฑ์เดิม ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า

  5 ล้าน ปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 4 เท่า หรือต่อรายไม่เกิน5 หมื่นบาท เสนอครม.พร้อมแพ็คเกจแก้หนี้นอกระบบ โดยไม่ต้องรอให้พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯมีผลบังคับใช้

 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ได้จัดทำหลักเกณฑ์การจดทะเบียนเป็นพิโค่ไฟแนนซ์แล้วเสร็จแล้ว เตรียมจะหารือกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเรื่องการกำกับดูแล ซึ่งสศค.จะเป็นผู้กำกับดูแลพิโค่ไฟแนนซ์ ขณะที่ธปท.กำกับดูแลนาโนไฟแนนซ์ ก่อนที่เสนอจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไปพร้อมกับมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในเร็วๆนี้ และดำเนินการเปิดให้ผู้ประกอบการมาจดทะเบียน

โดยหลักเกณฑ์เบื้องต้น กำหนดให้ผู้ประกอบการที่มาจดทะเบียนทำเบียนทำธุรกิจพิโค่ไฟแนนซ์ จะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ปล่อยกู้ทั้งหมดได้ไม่เกิน 4 เท่าของทุนจดทะเบียน หรือไม่เกิน 20 ล้านบาท สำหรับทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท และปล่อยกู้ต่อรายได้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดได้ไม่เกิน 36% โดยผู้ประกอบการพิโค่ไฟแนนซ์จะปล่อยกู้ได้เฉพาะในท้องถิ่นของตนเองเท่านั้น โดยยึดข้อมูลตามจังหวัดที่มีการจดทะเบียน ไม่สามารถปล่อยกู้ข้ามจังหวัดได้

สำหรับมาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในส่วนอื่นๆนั้น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว เหลือหารือและปรับในในรายละเอียดเล็กน้อย ซึ่งในส่วนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินได้มีการจัดตั้งหน่วยธุรกิจสำหรับการดูแลและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบไว้แล้ว

“ มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ คงจะเสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณาได้ในเร็วๆนี้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ... ของกระทรวงยุติธรรมมีผลบังคับใช้ เพราะบรรดาเจ้าหนี้นอกระบบก็คงจะรับรู้หมดแล้วว่าจะมีกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้ในเร็วๆนี้ ซึ่งปัจจุบันพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ ได้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ในวาระ 1 แล้ว การพิจารณาในวาระต่อๆไป คงใช้เวลาไม่นาน และคาดว่ากฎหมายจะผ่านภายใน 1 เดือนนี้” ผู้อำนวยการสศค.กล่าว

อนึ่งร่างพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. . มีสาระสำคัญอยู่ที่การเพิ่มบทลงโทษของเจ้าหนี้ที่คิดดอกเบี้ยเกินกำหนด หรือ คิดดอกเบี้ยเกิน 15%ให้มีทั้งโทษทางแพ่งและโทษอาญา หรือทั้งจับปรับ และจำคุก โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท แต่หากเป็นการสบคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จะมีโทษเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนบาท พร้อมทั้งกำหนดให้การคิดดอกเบี้ยเกินกำหนด เป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ขณะที่แหล่งข่าวกล่าวว่าแนวทางการเปิดให้เจ้าหนี้นอกระบบมายื่นขอจัดตั้งพิโค่ไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแพคเกจแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาล โดยเปิดโอกาสให้คิดอัตราดอกเบี้ยได้ถึง 36%ต่อปี ขณะที่หนี้นอกระบบจะคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 15%ต่อปี ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาลจะออกหลักเกณฑ์เรื่องการทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์แล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการช่วยแก้หนี้นอกระบบ เพราะมีผู้ยื่นขอจัดตั้งน้อย เนื่องจากเกณฑ์ค่อนข้างเข้ม โดยกำหนดทุนจดทะเบียนถึง 50 ล้านบาท และแม้จะมีผู้ขอจัดตั้งแต่ก็ไม่ค่อยปล่อยกู้ 

           กระทรวงการคลังจึงได้ทำ”พิโค่ไฟแนนซ์” ขึ้นมาใหม่ โดยปรับลดเกณฑ์เรื่องทุนจดทะเบียนให้ต่ำลง จาก 50 ล้านบาท เหลือเป็นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท พร้อมเปิดกว้างวัตถุประสงค์ในการกู้ ให้สามารถนำไปใช้จ่ายในเรื่องทั่วไปได้ แต่ลดวงเงินการปล่อยกู้ จากไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย เป็น 5 หมื่นบาทต่อราย โดยให้คิดดอกเบี้ยสูงสุดได้ไม่เกิน 36% เช่นเดียวกับนาโนไฟแนนซ์