หุ้นกลุ่มอาหารวิ่ง 50% ตั้งแต่ต้นปี โบรกมองรับอานิสงส์อุปทานเนื้อไก่ในจีนขาดแคลน พร้อมคาดกำไรครึ่งปีหลังโตเด่น
หุ้นในกลุ่มอาหาร โดยเฉพาะผู้ผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ 3 รายหลัก ได้แก่ เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) จีเอฟพีที (GFPT) และไทยฟู้ด กรุ๊ป (TFG) ราคาหุ้นต่างปรับตัวขึ้นเกินกว่า 50% จากปลายปีก่อน โดยไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป เพิ่มขึ้นสูงสุด 227% รองลงมาคือซีพีเอฟ 72% และจีเอฟพีที 52%
บล.เอเซียพลัส เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า ปัจจัยหนุนสำคัญที่ส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มนี้คือ จีนมีแนวโน้มจะประสบปัญหาขาดแคลนไก่หนักในปี 2560 เพราะยังไม่สามารถนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐ หลังจากที่สหรัฐประสบปัญหาไข้หวัดนกตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 ทำให้แนวโน้มผลผลิตไก่ในจีนจะออกสู่ตลาดลดลงในปี 2560 ทั้งนี้ สหรัฐไม่ตรวจเจอโรคไข้หวัดนกตั้งแต่เดือน เม.ย. 59 แล้ว แต่รัฐบาลจีนยังไม่อนุญาตให้นำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐฯได้ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการไก่ไทย ทั้งปริมาณการส่งออกเนื้อไก่ที่เพิ่มขึ้น และราคาไก่ในประเทศทรงตัวสูง
นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ลูกค้าญี่ปุ่นและมาเลเซียบางราย ที่ปกตินำเข้าไก่จากจีน หันมานำเข้าไก่จากไทยมากขึ้น โดยราคาไก่ดีดตัวสูงขึ้นในไตรมาส 3 นี้ ล่าสุดอยู่ที่ 45 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาไก่เฉลี่ยตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 5.2% จากไตรมาสก่อน และ 0.9% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 39.1 บาทต่อกิโลกรัม
ทั้งนี้ คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มเกษตร-อาหาร “เท่าตลาด” โดยเลือก ซีพีเอฟ เป็นหุ้นเด่น และแนะนำซื้อ จีเอฟพีที และไทยฟู้ดกรุ๊ป ซึ่งได้ประโยชน์โดยตรง และทิศทางกำไรในงวดครึ่งปีหลังยังเติบโตโดดเด่น
นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า หลังจากการรายงานกำไรที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2559 คาดว่า ซีพีเอฟจะมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ซึ่งถูกผลักดันโดยการคลี่คลายของโรคตายด่วนในกุ้ง ซึ่งน่าจะทำให้ธุรกิจกุ้งของบริษัทกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี2559 จากที่ขาดทุนต่อเนื่องมา 15 ไตรมาส และราคาหมูที่แข็งแกร่ง ซึ่งถูกสนับสนุนโดยภาวะขาดแคลนหมูในประเทศจีน รวมถึงราคาไก่ที่ปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนภาวะอุปทานส่วนเกินในประเทศที่คลี่คลาย และความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งจากญี่ปุ่น
บล.บัวหลวงระบุว่า ประเมินหุ้นจีเอฟพีที ระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 อยู่ที่ 12.7% และการคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 13.5% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 จึงทำการปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2559 เพิ่มขึ้นจาก 11.7% ไปเป็น 13% และปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นอีก 4% มาอยู่ที่ 1.42 พันล้านบาท









