ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยมีปัจจัยบวกเรื่องแนวโน้มการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED หลังตัวเลข ISM non-manufacturing index สำหรับเดือน ส.ค. 2559 ของสหรัฐ ที่ประกาศออกมาเมื่อคืนนี้ อยู่ในระดับต่ำเพียง 51.4 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 55.5 และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 55.0 นอกจากนี้คาดว่าดัชนีการจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ (PMI) สำหรับเดือน ส.ค. 2559 ที่จะประกาศในคืนนี้จะไม่ต่างจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 51.4 มากนัก ลดความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. 2559 นี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1470/1520 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก
หุ้นแนะนำ
PTL (15.00) : แนวโน้มผลประกอบการในช่วง 2Q60 (ก.ค.- ก.ย.59) ยังคงมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจาก 1) อัตรากำลังการผลิตของโรงงานที่ระดับ 88% เทียบกับ 70-80% ในปีก่อน 2) spread ที่อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับช่วง 4Q59 (ม.ค. – มี.ค.59) จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ 3) ค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการบริหารโกดังสินค้าเอง 4) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปชะระหนี้ อีกทั้ง PTL ได้ตั้งสำรองในประเทศตุรกีและอเมริกาไปทั้งหมดแล้วในปี 58
TPCH (23.40) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ
THAI (31.75) : คาดผลประกอบการผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์
KCE (110) : คาดผลประกอบการ 3Q59 จะออกมามากที่สุดของปีจากช่วง high season เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ครม.ไฟเขียววงเงิน 225.1 ล้านบาท เดินหน้าโครงการทางหลวงหมายเลข 3126 สายแยกทางหลวงหมายเลข 3 เข้าท่าอากาศยานอู่ตะเภา ขีดเส้นให้เสร็จภายในปี 2561
+ “กรุงไทย” มั่นใจเป้าสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้โต 7% แม้ครึ่งปีแรกขยายตัว 2-3% มองครึ่งปีหลังลงทุนรัฐดันเศรษฐกิจฟื้น หนุนรายได้เอสเอ็มอีดีขึ้น เชื่อเอสเอ็มอีไซส์แอลโตมากกว่า 10% ล่าสุด ปล่อยสินเชื่อหมุนเวียนให้ “โตโยต้า ฉะเชิงเทรา” 400 ล้าน เพื่อรองรับการลงทุนใหม่
- “ทูตพาณิชย์” แห่ลดเป้าส่งออกปี 2559 เหตุเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้น ตลาดหลักหดตัว ประเมินปีหน้ายังไม่ฟื้น ขยายตัวเล็กน้อย ขณะ “อภิรดี” ถกแผนส่งออกปีหน้า 9 ก.ย.นี้ มุ่งดันรายคลัสเตอร์-เจาะตลาดใหม่
- "ธาริษา” ห่วงแบงก์รัฐถูกการเมืองแทรกแซง ปล่อยกู้ไม่สุจริต ติงผ่านมา 2 ปี กติกามอบอำนาจให้แบงก์ชาติตรวจสอบยังไม่คืบ เตือนประชาชนทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบเทคโนโลยียังเสี่ยงสูง ต้องเร่งสร้างกติกา-วางระบบรักษาความปลอดภัย
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร โดยดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐสนับสนุนมุมมองที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจตัดสินใจคัดค้านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 46.16 จุดหรือ 0.25% สู่ 18,538.12, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 6.50 จุดหรือ 0.30% สู่ 2,186.48 และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 26.01 จุดหรือ 0.50% สู่ 5,275.91
- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันอังคาร โดยได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงของหุ้นธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด และหุ้นบริษัทโพรวิเดนท์ ไฟแนนเชียล ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 53.37 จุด หรือ 0.78 % สู่ 6,826.05 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,818.96-6,887.92
+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในวันอังคารจากแรงซื้อหุ้นที่ไม่ปรับตัวผันผวนตามภาวะตลาด อาทิ กลุ่มอาหาร แต่ภาวะซื้อขายโดยรวมซบเซา เนื่องจากนักลงทุนรอให้ตลาดสหรัฐเปิดทำการอีกครั้ง หลังจากปิดทำการเนื่องในวันแรงงานเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 44.35 จุดหรือ 0.26% ที่ 17,081.98
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันอังคาร แต่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดิ่งลงเกือบ 1 % เนื่องจากนักลงทุนปรับลดการคาดการณ์ที่ว่า รัสเซียกับซาอุดิอาระเบียอาจจะบรรลุข้อตกลงกันในการตรึงปริมาณการผลิตน้ำมัน เพื่อแก้ไขภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนต.ค.ปรับขึ้น 39 เซนต์ หรือ 0.9 % มาปิดตลาดที่ 44.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 43.84-46.53 ดอลลาร์









