"กระทรวงพาณิชย์"เผยผลสำรวจคนไทยมากกว่า 50% เคยซื้อสินค้าออนไลน์ นิยมซื้อเสื้อผ้า-รองเท้ามากที่สุด ขณะที่ปชช.กว่า 40% ไม่เคยซื้อหวั่นถูกหลอก
นายสมเกียรติ ตรีรัตน์พันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในภาพรวมทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ ช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า คนไทย 56.87% เคยซื้อสินค้าออนไลน์ และสินค้าที่นิยมซื้อมากที่สุด คือ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย รองเท้า แต่ยังมีอีก 43.13% ที่ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ เนื่องจาก กลัวถูกผู้ขายสินค้าหลอกลวง รองลงมาคือประชาชนในต่างจังหวัดใช้อินเทอร์เน็ตไม่เป็น
ทั้งนี้ สำนักงานฯ จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อนำไปหาทางการดึงผู้ขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง เพื่อดูแลผู้บริโภคต่อไป
ขณะที่ ประชาชนส่วนใหญ่ที่ซื้อสินค้าออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต ให้เหตุผลสำคัญที่สุดในการการตัดสินใจซื้อ คือ ซื้อง่าย สะดวก และซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง รองลงมาคือ มีบริการส่งสินค้าถึงที่ อีกทั้งสินค้ามีความทันสมัย และมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมซื้อสินค้าออนไลน์เฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้ง มีค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าต่อครั้ง 501-1,000 บาท และยังนิยมซื้อสินค้าจากแหล่งภายในประเทศ มากกว่าแหล่งจากต่างประเทศ โดยผู้ซื้อต้องชำระเงินผ่านทางการโอนเงินเข้าบัญชีผู้ขายเป็นหลักมากที่สุด
ขณะเดียวกัน ยังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มากกว่า 60% ไม่เคยประสบปัญหาในการซื้อสินค้าออนไลน์ แต่อย่างไรก็ดี ยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีความถี่ในการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น มักจะพบปัญหาจากการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นตามไปด้วย โดยปัญหาหลักอันดับหนึ่งเลยคือ คุณภาพ ลักษณะสินค้าไม่ตรงกับที่คาดหวังไว้ รองลงมา คือ ปัญหาเรื่องได้รับสินค้าช้ากว่าที่กำหนดไว้ และปัญหาเรื่องสินค้าเสียหาย เป็นต้น
นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ 53.35% ทราบว่าแหล่งซื้อสินค้าออนไลน์นั้น ได้จดทะเบียนพาณิชย์กับกระทรวงพาณิชย์ ขณะที่ประชาชนในต่างจังหวัด 68.05% ไม่ทราบว่าแหล่งที่ซื้อสินค้าออนไลน์นั้น จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ประชาชนจะเชื่อมั่นกับแหล่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์มากกว่าแหล่งที่ไม่ได้จดทะเบียน ขณะเดียวกันในแง่ของการรับรู้ด้านกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์กับกระทรวงพาณิชย์นั้น ประชาชนในกรุงเทพฯ 51.68% เท่านั้นที่ทราบ ขณะที่ประชาชนต่างจังหวัด 59.85% ไม่ทราบเลย









