“คลัง” เสนอแพ็คเกจแก้หนี้นอกระบบให้เลขาครม.แล้ว เผยไม่ต้องใช้มาตรา 44 จัดการเจ้าหนี้ หลังกฎหมายห้ามคิดดอกเบี้ยเกินกำหนดของกระทรวงยุติธรรม
จะมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้ ด้านธ.ก.ส.และออมสิน เตรียมออกบัตรกดเงินสด ช่วยกลุ่มรากหญ้าเข้าถึงสินเชื่อฉุกเฉิน ป้องกันการกลับไปเป็นหนี้นอกระบบอีก
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้นำเสนอแพ็คเกจแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบไปที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยจะไม่มีการใช้มาตรา 44 ในการลงโทษเจ้าหนี้นอกระบบแล้ว เนื่องจากทางกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอกฎหมายการห้ามคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือเกินกว่า 15% แล้ว ซึ่งจะมีทั้งโทษทั้งทางแพ่งและอาญา โดยจะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้
“เดิมที่จะมีการใช้มาตรา 44 เพราะต้องการให้มีบทลงโทษในทางอาญา หรือจำคุกด้วย แต่เมื่อกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมออกมาซึ่งมีในเรื่องนี้พอดี ก็ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 มาบังคับใช้ อย่างไรก็ตามในส่วนคนที่ปล่อยกู้ รัฐก็ไม่ได้ตัดช่องทางทำมาหากิน แต่ให้มาจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการพิโค่ไฟแนนซ์ ซึ่งคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 36%”
สำหรับการช่วยเหลือให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยไม่ต้องกลับไปพึ่งพาเจ้าหนี้นอกระบบอีกนั้น ได้สั่งการให้ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ไปตั้งหน่วยธุรกิจขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการเงินฉุกเฉินเข้าถึงเงินกู้ได้
ด้าน นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคาร ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธนาคารมีแนวคิดจะทำบัตรสินเชื่อเงินสด หรือ แคชการ์ด ออกมาใช้ในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการสินเชื่อฉุกเฉินเข้าถึงแหล่งเงินได้ โดยไม่ต้องหันไปพึ่งเจ้าหนี้นอกระบบ เพราะสาเหตุที่ทำให้ประชาชนหันไปพึ่งเจ้าหนี้นอกระบบเพราะต้องการเงินกู้ฉุกเฉิน หากจะต้องมายื่นเรื่องขอกู้จากธนาคาร ก็ไม่ทันกับความต้องการใช้ ซึ่งขณะนี้ธ.ก.ส.อยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียดว่าจะออกมาในรูปแบบใด
“รัฐมนตรีคลังต้องการให้ช่วยเหลือกลุ่มที่เป็นหนี้นอกระบบไม่ให้กลับไปพึ่งเจ้าหนี้นอกระบบอีก โดยให้ใช้กลไกของธนาคารในการดำเนินการ แต่หากต้องการให้รัฐช่วยเหลือ หรือชดเชยในส่วนใดก็ให้บอก ซึ่งบัตรเงินสดก็เป็นแนวทางหนึ่งที่เตรียมไว้สำหรับการช่วยให้กลุ่มนี้เข้าถึงสินเชื่อฉุกเฉินได้”
ขณะที่ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวเสริมว่า บัตรเงินสดเป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ มาตรการของการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเท่านั้น โดยหลักการของรัฐบาลคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมเปลี่ยนหนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบ โดยใช้กลไกสินเชื่อของออมสิน และ ธ.ก.ส. ซึ่งเตรียมวงเงินไว้ทั้ง 2 ธนาคารรวมกันประมาณ 5 หมื่นล้านบาท









