วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'9 ก.ย.' ดีเดย์! จ่ายสวัสดิการรัฐผ่านอีเพย์เมนท์

"กรมบัญชีกลาง" เผย 9 ก.ย. ดีเดย์ จ่ายสวัสดิการรัฐผ่านอีเพย์เมนท์ครั้งแรก เริ่มจาก "อุดหนุนเงินเลี้ยงดูบุตรแรกเกิด" คาดใช้งบ 34 ล้านบาท

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวถึงระบบอีเพย์เมนท์ว่า กรมบัญชีกลางจะเริ่มจ่ายเงินสวัสดิการสังคมให้ประชาชนโดยตรงผ่านระบบดังกล่าว เริ่มจากการจ่ายเงินอุดหนุน เพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิโดยตรง อัตราเดือนละ 400 บาท ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้มีผู้ได้รับสิทธินี้ทั้งสิ้น 85,000 คน ใช้งบจำนวน 34 ล้านบาท

“โครงการดังกล่าว เป็นโครงการนำร่องที่กรมบัญชีกลางจ่ายเงินสวัสดิการจากภาครัฐ ให้ประชาชนโดยตรง ด้วยระบบอีเพย์เมนท์ และจะขยายผลไปยังเงินสวัสดิการอื่นๆ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้พิการ เป็นต้น”

ทั้งนี้สำหรับเด็กที่จะได้รับเงินอุดหนุนต้องเกิดตั้งแต่ 1 ต.ค.2558 ได้รับไปจนถึงอายุไม่กิน 3 ขวบ โดยต้องอยู่ในครอบครัวที่ยากจน หรือเสี่ยงต่อภาวะความยากจน บิดามารดามีสัญชาติไทย ไม่ได้รับสวัสดิการเกี่ยวกับบัตรใดๆ จากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ จะได้รับเงินอุดหนุนในปีงบ 2559 เดือนละ 400 บาท ส่วนปีงบ 2560 รับเดือนละ 600 บาท โดยปีงบ 2559 ได้ในเดือนก.ย.นี้ เพียงเดือนเดียว

หลังจากนั้นเริ่มปีงบ 2560 รับเดือนละ 600 บาท จะใช้งบไม่ต่ำกว่า 51 ล้านบาทต่อเดือน

สำหรับการลงทะเบียนทำได้ที่สำนักงานเขต สำนักงานเทศบาล หรือที่ทำการอบต. ถ้าลงทะเบียนก่อนคลอด ต้องมีสำเนาบัตรประชาชนของหญิงตั้งครรภ์ หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานราชการ สำเนาเอกสารแสดงการตั้งครรภ์ หรือสำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กหน้า 1

ถ้าลงทะเบียนหลังคลอด ต้องมีสำเนาสูติบัตรเด็กแรกเกิด สำเนาบัญชีธนาคารกรุงไทย ออมสิน หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือสำเนาบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนพร้อมเพย์ไว้

จ่ายเบี้ยยังชีพคนชราเดือนธ.ค.นี้

นอกจากนี้ แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวเสริมว่า เงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตรแรกเกิดเป็นของหน่วยงานอื่นตั้งมา และถือเป็นโครงการนำร่องโครงการแรกที่จะจ่ายผ่านระบบอีเพย์เมนท์ จากนั้นจะตามด้วยโครงการเบี้ยยังชีพคนชรา ซึ่งจ่ายพร้อมกันด้วยระบบอีเพย์เมนท์ในเดือนธ.ค.นี้ แต่เนื่องจากมีข้อมูลที่ทับซ้อนกัน ดังนั้นจึงนำร่องก่อนในบางพื้นที่ช่วงเดือนต.ค. อาทิ กรุงเทพฯ หรือพัทยา เป็นต้น

จากนั้น จะเป็นเบี้ยยังชีพของผู้พิการ และตามด้วยเบี้ยยังชีพผู้ป่วยด้วยโรคเอดส์ ซึ่งในส่องส่วนนี้ ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนว่าเป็นช่วงใด
ขณะที่ลงทะเบียนคนจน หรือบุคคลที่มีรายได้ต่ำ 1 แสนบาท เพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปิดการลงทุนทะเบียนไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีคนมาลงทะเบียนทั้งสิ้น 5,767,900 คน

ยอมรับเบิกจ่ายงบลงทุนล่าช้ากว่าแผน

นอกจากนี้ นายมนัส ยังยอมรับว่า ขณะนี้การเบิกจ่ายงบลงทุนยังล่าช้ากว่าแผน ซึ่งกรมบัญชีกลางได้เร่งรัด ให้เบิกจ่ายงบลงทุนผ่านการชี้แจงมาตรการ เพื่อกระตุ้นการเร่งรัดการจัดซื้อจัดจ้างและได้เวียนหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ เรื่องการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี กรณีไม่มีหนี้ผูกพัน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยขยายระยะเวลาให้ส่วนราชการที่นำงบประมาณปี 2559 ที่ยังคงเหลือ ณ วันที่ 30 ก.ย.2559 โดยให้เบิกจ่ายลักษณะงบดำเนินงาน เพื่อนำไปใช้จ่ายพัฒนาองค์กรและพัฒนาบุคลากร สามารถกันเงินและเบิกจ่ายให้เสร็จสิ้นภายใน 31 ธ.ค.2559 เพื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว

คาดเบิกจ่ายงบลงทุนปี60อยู่ที่ 87%

ขณะที่ นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเสริมว่า รัฐบาลตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบลงทุนในปีงบประมาณ 2560 ไว้ที่ 87 % เท่ากับปีงบประมาณ 2559 โดยไตรมาสแรกของปีงบประมาณ (ต.ค.-ธ.ค.) ตั้งเป้าเบิกจ่ายไว้ที่ 19 %, ไตรมาสสอง 41%, ไตรมาสสาม 63% และไตรมาสสี่ 87% ส่วนภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณรวมทั้งงบประจำ และลงทุนในสิ้นปีงบประมาณ 2560 ตั้งไว้ที่ 96%

ทั้งนี้ งบประมาณรายจ่ายปี 2560 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ (สนช.) โดยผ่านคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560แล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ส่วนราชการทราบยอดงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน และเพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ

รัฐบาลได้สั่งให้หน่วยราชการที่มีงบลงทุนทุกหน่วย สามารถจัดเตรียมการประมูลโครงการ ตั้งแต่ 25 ส.ค. เป็นต้นไป จนประมูลได้ตัวผู้รับจ้าง แต่ยังไม่ลงนามในสัญญาจนกว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะผ่านการพิจารณาของสนช.และประกาศใช้เป็นกฎหมาย

นอกจากนั้น คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ ที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ยังได้ขยายวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการตกลงราคา และวิธีสอบราคา (วิธีที่ส่วนราชการสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยไม่ผ่านการประมูล) โดยวิธีการตกลงราคา เป็นวงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท จากเดิมไม่เกิน 1 แสนบาท และวิธีสอบราคา เป็น เกิน 5 แสนบาท ถึงไม่เกิน 2 ล้านบาท จากเดิมเกิน 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ทั้งนี้ วงเงินโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่ 1 -2 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนโครงการแล้ว มากถึง 90 % ของโครงการทั้งหมดของรัฐบาล

สำหรับการเบิกจ่ายงบลงทุนของปีงบประมาณ 2559 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ล่าสุด เบิกจ่ายได้แล้ว 66% ซึ่งมีโอกาสที่จนถึงสิ้นปีงบประมาณนี้ จะเบิกจ่ายงบลงทุนได้ 70%