วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งม.44 แก้รถปลอดภาษี ติดด่านศุลกากร6พันคัน-รถกู้ภัย309คัน

"ประยุทธ์" สั่งม.44 แก้ปัญหารถยนต์ "ปลอดอากร-ประกอบการเสรี" ติดด่านศุลกากรกว่า6พันคัน-รถกู้ภัย309คัน

ราชกิจจานุเบกษา หน้า ๑๘ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๘๘ ง ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๙ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๑/๒๕๕๙ เรื่อง การดําเนินการกับของที่เก็บในเขตปลอดอากรและเขตประกอบการเสรีและของที่ใช้เป็นยุทธภัณฑ์เพื่อบรรเทาสาธารณภัย

โดยที่ปัจจุบันได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีรถยนต์และของที่จัดเก็บในเขตปลอดอากรตามกฎหมาย
ว่าด้วยศุลกากร ตลอดจนเขตประกอบการเสรีตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ฝากหรือเก็บอยู่เป็นเวลานานหลายปีโดยเปล่าประโยชน์ มิได้มีการนํารถยนต์และของนั้นออกจาก
เขตพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากกฎหมายทั้งสองฉบับมิได้กําหนดระยะเวลาไว้ว่าผู้นําของเข้าจะต้องดําเนินการ
ให้มีการนําของออกจากเขตพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาเท่าใด ซึ่งการที่รัฐต้องจัดเก็บรถยนต์และ
ของนั้นไว้นานปีโดยไม่มีกําหนดเวลา เป็นเหตุให้เกิดภาระในการจัดหาสถานที่เพื่อการจัดเก็บและภาระ
ด้านค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บรักษา ทั้งรถยนต์และของนั้นก็มิได้ผ่านกระบวนการหรือพิธีการในการตรวจปล่อยของออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร รัฐจึงขาดรายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรจากรถยนต์หรือของนั้น ในขณะที่รถยนต์และของที่จัดเก็บก็เสื่อมสภาพ เสื่อมราคาและเสื่อมประโยชน์ไปเรื่อย ๆ อันส่งผลกระทบต่อภาระงบประมาณแผ่นดินและระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์บางประเภทที่ทางราชการนําเข้ามาเพื่อประโยชน์สาธารณะแต่ต้องเก็บรักษาไว้เพราะมีคดีจนบัดนี้คดีสิ้นสุดลงแล้วก็ยังไม่สามารถนํารถยนต์ดังกล่าวออกมาใช้งานตามความประสงค์ของทางราชการได้ในขณะที่รถยนต์เหล่านั้น เสื่อมสภาพไม่พร้อมจะใช้งานลงเรื่อย ๆ รัฐเองก็เสียค่าใช้จ่ายในการฝากหรือเก็บรักษานับพันล้านบาท หากทิ้งไว้โดยไม่นํามาซ่อมเพื่อใช้งานก็จะเสียประโยชน์ เสียงบประมาณหลายพันล้านบาทและยังต้องเสียงบประมาณเพิ่มในการจัดหาใหม่มาทดแทน การทิ้งไว้จึงกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ประโยชน์สาธารณะและราชการแผ่นดิน ในการมีพาหนะเพื่อบรรเทาสาธารณภัยที่ควรนํามาซ่อมเพื่อใช้ในราชการบรรเทาสาธารณภัยและราชการอื่นในฐานะเป็นยุทธภัณฑ์ ดังนั้น หากได้มีการดําเนินการเพื่อนํารถยนต์หรือของที่จัดเก็บอยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าวออกมา จะเป็นการลดภาระในด้านงบประมาณหลายพันล้านบาททางหนึ่งและก่อให้เกิดรายได้แก่รัฐด้านภาษีอากรอย่างมากอีกทางหนึ่ง อีกทั้งรถยนต์บางประเภทที่จัดเก็บอยู่ยังสามารถนํามาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการในการบริการสาธารณะหรือเพื่อป้องกันบรรเทาสาธารณภัยให้แก่ประชาชนได้อีกด้วย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)
พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในคําสั่งนี้
“เขตปลอดอากร” หมายความว่า เขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
“เขตประกอบการเสรี” หมายความว่า เขตประกอบการเสรีตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย

ข้อ ๒ ให้ผู้ที่นํารถยนต์ใหม่สําเร็จรูปตามประเภทพิกัดศุลกากร ๘๗๐๒ และ ๘๗๐๓
เข้ามาในราชอาณาจักรและได้นําเข้าเก็บในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี เป็นระยะเวลา
ไม่น้อยกว่าสองปีหรือรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี แล้วแต่กรณี ก่อนวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ โดยเป็นของ
ที่ยังไม่ได้ตรวจปล่อยออกไป นํารถยนต์ดังกล่าวออกจากเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี
เพื่อใช้หรือจําหน่ายในราชอาณาจักรโดยชําระภาษีอากรให้ถูกต้อง หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
ทั้งนี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

ในกรณีที่มิได้ดําเนินการตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ถือว่ารถยนต์ดังกล่าว
เป็นของตกค้างตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และให้อธิบดีกรมศุลกากรดําเนินการกับของตกค้างนั้น
ตามวิธีการที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ข้อ ๓ รถยนต์ใหม่สําเร็จรูปตามประเภทพิกัดศุลกากร ๘๗๐๒ และ ๘๗๐๓ ที่เก็บอยู่ใน
เขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี นอกจากที่กําหนดไว้ในข้อ ๒ ก่อนวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
ให้เก็บไว้ต่อไปได้ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่นําเข้าเก็บครั้งแรก

ข้อ ๔ ของที่เก็บอยู่ในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี นอกจากที่กําหนดไว้ในข้อ ๒
และข้อ ๓ ก่อนวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ให้เก็บของดังกล่าวไว้ต่อไปได้ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่คําสั่งนี้
มีผลใช้บังคับ

ข้อ ๕ ของที่นําเข้ามาในราชอาณาจักรและได้นําเข้าเก็บในเขตปลอดอากรหรือเขต
ประกอบการเสรีนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ให้เก็บได้ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่นําเข้าเก็บครั้งแรก
ข้อ ๖ กรณีมีการโอนย้ายของที่เก็บไว้ตามข้อ ๓ ข้อ ๔ หรือข้อ ๕ แล้วแต่กรณี ไปยัง
เขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีอื่น ให้นับระยะเวลาที่เก็บของดังกล่าวต่อเนื่องไป
ในกรณีจําเป็น อธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
อาจขยายระยะเวลาตามข้อ ๓ ข้อ ๔ หรือข้อ ๕ แล้วแต่กรณี ได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกําหนด
ข้อ ๗ ของที่นําเข้าเก็บไว้ในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีเกินกว่าระยะเวลา
ที่กําหนดในข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ หรือข้อ ๖ แล้วแต่กรณี ให้นําของนั้นออกจากเขตปลอดอากร
หรือเขตประกอบการเสรี เพื่อใช้หรือจําหน่ายในราชอาณาจักรโดยชําระภาษีอากรให้ถูกต้อง หรือส่งของนั้นออกไปนอกราชอาณาจักร หากมิได้ปฏิบัติเช่นว่านี้ให้ถือว่าสิทธิการยกเว้นภาษีอากรสําหรับของดังกล่าวสิ้นสุดลง

และให้จัดเก็บภาษีอากรสําหรับของนั้นตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรนับแต่วันที่ครบกําหนดระยะเวลา
โดยให้ถือว่าวันที่ครบกําหนดนั้นเป็นวันนําเข้าสําเร็จตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ข้อ ๘ มิให้นําข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับกับของที่เป็นเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ
และเครื่องใช้ รวมทั้งส่วนประกอบของของดังกล่าวที่จําเป็นต้องใช้ในการประกอบอุตสาหกรรม
หรือพาณิชยกรรม ซึ่งได้นําเข้ามาในราชอาณาจักรและได้นําเข้าไปในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรี

ข้อ ๙ ให้รถดับเพลิง รถกู้ภัย รถไฟส่องสว่าง และรถบรรทุก ที่นําเข้ามาในราชอาณาจักร
ในโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน สํานักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
กรุงเทพมหานคร ทางท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ จํานวน ๑๗๖ คัน
และวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ จํานวน ๑๓๙ คัน เป็นยุทธภัณฑ์ที่ผู้นําของเข้ารับไว้ใช้ในราชการ
เพื่อการบรรเทาสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ และให้ได้รับยกเว้นอากร
ตามประเภท ๑๓ ภาค ๔ ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกําหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐
นับแต่วันที่นําของดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร และให้ผู้นําของเข้าดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วย
การควบคุมยุทธภัณฑ์และกฎหมายว่าด้วยศุลกากรต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของการดําเนินการตามกฎหมาย
ว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ ให้กรุงเทพมหานครทําความตกลงร่วมกับกระทรวงกลาโหมในการดําเนินการกับยุทธภัณฑ์ตามข้อนี้

ข้อ ๑๐ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ