วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เจเอ็มที’ทุ่มซื้อหนี้บริหารเพิ่ม-อัดงบปีหน้า 1.5 พันล้าน

‘เจเอ็มที’ เตรียมเจรจาแบงก์ขอซื้อหนี้บริหารเพิ่ม หลังประเมินแนวโน้มหนี้ครัวเรือนพุ่ง ตั้งงบปีหน้า 1,500 ล้าน ซื้อหนี้เพิ่ม 30,000 ล้าน

นายปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) JMT เปิดเผยว่า แนวโน้มหนี้สินในระบบธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นปีนี้น่าจะเพิ่มจากปัจจุบันเนื่องจากหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งบริษัทมีแผนจะเข้าไปเจรจากับธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งเพื่อขอซื้อหนี้มาบริหารเพิ่ม ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์เองก็เริ่มพิจารณาที่จะขายหนี้ออกมามากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้ธนาคารแต่ละแห่งพยายามบริหารหนี้โดยการตั้งสำรองไว้เป็นส่วนมาก

“หลังจากที่หนี้ในระบบเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือน แต่ที่ผ่านมาแบงก์พยายามตั้งสำรองไว้เอง และยังไม่ได้นำหนี้เหล่านี้ออกมาขายมากนัก เนื่องจากผู้รับซื้อบางส่วนให้ราคาค่อนข้างต่ำ แต่ปัจจุบันบริษัทพยายามเข้าไปเจรจากับแบงก์มากขึ้น และคาดว่าจะสามารถซื้อหนี้เข้ามาบริหารได้มากขึ้น เพราะในมุมกลับกันก็มีแบงก์หลายแห่งเริ่มเข้ามาเจรจากับบริษัทเองเช่นกัน”

ในปี 2560 บริษัทตั้งงบลงทุน 1,500 ล้านบาท สำหรับซื้อหนี้เข้ามาบริหาร 30,000 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้ตั้งงบลงทุน 1,000 ล้านบาท เพื่อซื้อหนี้เข้ามาบริหาร 20,000 ล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรก ซื้อหนี้เข้ามาแล้ว 5,843 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีพอร์ตหนี้คงค้างรวม 18,762 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มรายได้ปีนี้ ตั้งเป้าเติบโต 15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 719.14 ล้านบาท โดยภาพรวมธุรกิจบริหารหนี้เติบโตดีอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ บริษัท เจเอ็มที พลัส จำกัด คาดยอดปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 2,000 ล้านบาท จากปัจจุบันปล่อยสินเชื่อไปแล้วมากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมองว่าธุรกิจดังกล่าวมีการเติบโตสูง แม้ว่าในปัจจุบันจะเป็นช่วงเริ่มต้นธุรกิจ แต่บริษัทก็สามารถบริหารจัดการ พร้อมทั้งผลักดันการเติบโตให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 4 ปีนี้ น่าจะเริ่มพลิกกลับมามีกำไรได้เป็นครั้งแรก พร้อมตั้งเป้า 3 ปี มีพอร์ตสินเชื่อรวม 6,000 ล้านบาท และน่าจะสร้างกำไรได้ราว 350 ล้านบาท

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สิ้นปีนี้จะรักษาไม่ให้เกิน 3% เนื่องจากเจเอ็มที พลัส มีการปรับโครงการสินเชื่อเป็นแบบ Revolving Loan ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกชำระหนี้เป็นแบบขั้นต่ำได้

ด้านนายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) JMART เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรปีนี้น่าจะเติบโตได้ 30% จากปีก่อนที่ทำได้ 322.64 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกมีกำไรแล้ว 191.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.87% จากปีก่อน เนื่องจากทุกธุรกิจมีการเติบโต โดยธุรกิจที่เติบโตสูงคือ มือถือ จากการขยายสาขาไปยังช่องทางใหม่ๆ และการกำหนดกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของบริษัท ผนึกร่วมกันกับบริษัทย่อย ทั้ง ซิงเกอร์ (SINGER) เจเอเอส แอสเซ็ท (J) และเจเอ็มที

“แผนการดำเนินงาน 3 ปีข้างหน้า (60-62) ทางกลุ่มเจมาร์ทได้กำหนดกลยุทธ์ The Power of Synergy Chapter1 ซึ่งเป็นการผนึกกำลังทางธุรกิจครั้งใหญ่ของกลุ่ม นำโดย JMART JMT J และ SINGER ซึ่งทั้ง 4 บริษัทจดทะเบียนในตลาดร่วมกับ JMT Plus เพื่อสร้างความร่วมมือในกลุ่มและการเติบโตแข็งแกร่งในอนาคต"

โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแปลงสภาพเป็นบริษัทโฮลดิ้งส์ คอมพานี ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มเจมาร์ท โดยหากไม่มีข้อติดขัดด้านกฎหมายคาดว่าจะแปลงเป็นโฮลดิ้งส์ คอมพานีได้ในปีหน้า