เติบโตในทุกด้าน
ประเด็นการลงทุน
ROBINS ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นที่เราชื่นชอบมากที่สุดในกลุ่มค้าปลีก ถึงแม้ยอดขายสาขาเดิมของบริษัทจะยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ในช่วงนี้ แต่เราเชื่อกำไรจะเติบโตแข็งแกร่งถึง 24% YoY ในครึ่งหลังปี 2559 จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว เรามองปีหน้าน่าจะเป็นปีที่ตื่นเต้นจากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวต่อเนื่องและสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่เริ่มลดลง เราปรับประมาณการกำไรปี 2559 ขึ้น 1% ปี 2560 ขึ้น 3% และ ปี 2561 ขึ้น 6% ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปรับเพิ่มขึ้นเป็น 72 บาท เรายังคงแนะนำ “ซื้อ”
อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมอยู่ในช่วงขาขึ้น
ยอดขายสาขาเดิมกลับมาเติบโตในระดับปกติที่ 4% ช่วงเดือนก.ค. จากหดตัวในเดือนมิ.ย. เนื่องจากไม่มีการลดราคาระบายสินค้าและผลกระทบที่น้อยลงจากสภาพอากาศที่มีฐานผิดปกติในปีก่อนหน้า (ฝนตกหนักในเดือนมิ.ย. 2559 เมื่อเทียบกับสภาพแล้งในเดือนมิ.ย. 2558) เรามองยอดขายสาขาเดิมอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อยในเดือนส.ค.จากเหตุระเบิดในภาคใต้และผลกระทบจากการแย่งลูกค้ากันเองในสาขานครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงรักษาเป้ายอดขายสาขาเดิมเติบโตที่ 3-4% ในปีนี้ ซึ่งหมายถึงยอดขายสาขาเดิมเติบโตที่ 5-6% ในครึ่งหลังปื 2559 เมื่อเทียบกับประมาณการของเราที่ 4% ในความเห็นของเรา ยอดขายสาขาเดิมในปีหน้ามีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากกลยุทธ์การบริหารและการจัดการสินค้าใหม่และการบริโภคในต่างจังหวัดที่ฟื้นตัว ซึ่งยอดขายของสาขาในต่างจังหวัดคิดเป็นสัดส่วน 70% ของยอดขายทั้งหมด
อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
ปัจจัยหนุนกำไรปีนี้จะไม่ได้มาจากยอดขาย แต่จะมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว ROBINS บรรลุเป้าขยายอัตรากำไรขั้นต้นขึ้น 50bps มาอยู่ที่ 25.1% ในครึ่งแรกปี 2559 ได้สำเร็จ จากกลยุทธ์การบริหารและการจัดการสินค้าใหม่ที่เลือกสินค้าวางขายได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มสัดส่วนสินค้าแบรนด์ตนเอง (HB) และสินค้า exclusive แบรนด์ต่างประเทศ (IB) มากขึ้น โดยส้ดส่วน HB และ IB ในครึ่งแรกปี 2559 อยู่ที 10% (เพิ่มขึ้นจาก 8% ในครึ่งแรกปี 2558) และบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็น 12% สำหรับปี 2559 ซึ่งหมายถึงสัดส่วนสินค้า HB และ IB ที่ 14% ของยอดขายในครึ่งหลังของปี หาก ROBINS สามารถบรรลุเป้าที่ตั้งไว้ได้จริง อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 25.5% เพิ่มขึ้น 120bps YoY และจะส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 2559 ปรับขึ้นอีก 4% อย่างไรก็ตามเราปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นครึ่งหลังปี 2559 ขึ้นมาอยู่ที่ 25.1% จาก 24.9% อิงสมมุติฐานสัดส่วนสินค้า HB และ IB ที่ 11.5% (จาก 10.5%)
สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ในเทรนด์ขาลง
ตั้งแต่ ROBINS เริ่มวางแผนขยายธุรกิจเชิงรุกและเปิดตัวศูนย์การค้าแบบไลฟ์สไตล์ที่มีพื้นที่เช่าขนาดใหญ่ในปี 2554 สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับเพิ่มขึ้นจาก 21.3% ในปี 2554 มาอยู่ที่ 28.7% ในปี 2558 และ 28.8% ในครึ่งแรกปี 2559 เราเชื่อถึงเวลาที่เทรนด์นี้กำลังจะเปลี่ยนทิศทาง เนื่องจากการเปิดสาขาใหม่ที่ลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต (2 สาขาในปี 2559 และ 3 สาขาต่อปีตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป) และยอดขายในสาขาที่มีอยู่เพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายหดตัวลง เราคาดสัดส่วนดังกล่าวจะลดลงมาอยู๋ที่ 28.7% ในครึ่งหลังปีนี้ 28.4% ในปี 2560 และ 28% ในปี 2561









