วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

RS - ซื้อ

พลิกเป็นกำไรไตรมาส 4/59

ประเด็นการลงทุน

เราคาดบริษัทจะยังคงขาดทุนอยู่เล็กน้อยใน 3Q16 ต่อเนื่องจาก 2Q16 เนื่องจากรายได้ธุรกิจสินค้ากลุ่มความงามที่โตไม่ทันกับค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เข้ามา อีกทั้งยังมีการเลื่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการของผลิตภัณฑ์ 2 ตัวที่วางแผนไว้ว่าจะเปิดในปีนี้ ทำให้เรามองว่ารายได้จากธุรกิจนี้ที่บริษัทตั้งไว้และประมาณการของเราน่าจะพลาดเป้า ทำให้เรามีการปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2016, 2017 และ 2018 ลง 36%, 32% และ 19% อย่างไรก็ตามเรามองว่า 4Q16 บริษัทน่าจะพลิกกลับมาเป็นกำไรได้อีกครั้ง และเราเชื่อว่าราคาหุ้นก็คงจะวิ่งอยู่ในกรอบด้านล่างไปซักระยะรอจนกว่าจะเห็นผลกำไร แต่ความเสี่ยงด้านล่างก็คงถูกจำกัดเพราะราคาลงมารับข่าวร้ายผลประกอบการพอสมควร คาด RS จะรับรู้กำไรพิเศษจากกองทุน USO (95 ล้านบาท) ในไตรมาส 3/59-4/59 ซึ่งเรายังไม่ได้นำกำไรส่วนนี้มาคิดในประมาณการของเรา เรามองว่าปี 2017 ภาพของทีวีดิจิตอลคงโตดีต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามก็เติบโตเช่นกัน เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ roll over ราคาเป้าหมายไป ณ สิ้นปี 2017 ที่ 13 บาท

ดิจิตอลทีวีเติบโตต่อเนื่อง

บริษัทได้ใช้กลยุทธ์ลดต้นทุนในไตรมาส 1/59 โดยการลดเวลาละคร ทำให้เรตติ้งย่อตัวลงมา อย่างไรก็ตามเรทติ้งของช่อง 8 ได้ปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่ได้ปรับผังรายการใหม่ในไตรมาส 2/59 เราเชื่อว่าในไตรมาส 3/59 เรทติ้งช่อง8 มีแนวโน้มดีขึ้นอีกเนื่องจากบริษัทมีแผนจะเพิ่มซีรีย์ต่างประเทศและเพิ่มเวลารายการข่าว โดย RS จะเพิ่ม fresh hour เป็น 15.15 ชั่วโมง จากเดิม 14.5 ชั่วโมง ในไตรมาส 2/59 และ 12 ชั่วโมง ในไตรมาส 1/59 เราคาดอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยสูงขึ้นเป็น 27,000 บาท/นาที (สูงขึ้น 8% YoY, 4% QoQ) เนื่องจากเรทติ้งที่ดีขึ้นหลังจากมีการปรับผังรายการของช่อง 8 และเราคาดว่าอัตรายอดจองเวลาโฆษณาจะอยู่ที่ 63% ในไตรมาส 3/59 (จากเดิม 65% ในไตรมาส 2/59)

ขาดทุนระยะสั้น-แต่จะค่อยๆดีขึ้น

เราคาดก่อนหน้าว่า RS จะพลิกมามีกำไรอีกครั้งในไตรมาส 3/59 แต่ปัจจุบันเรามองว่าน่าจะพลิกเป็นกำไรได้อีกครั้งในไตรมาส 4/59 เนื่องจากคาดปริมาณยอดขายธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามจะต่ำกว่าคาด ธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามของบริษัทยังต้องใช้เวลาในการสร้างภาพลักษณ์และเร่งยอดขายขึ้น อีกทั้งปริมาณยอดขายช่องทางเดิมของบริษัทก็ได้ลดลงในช่วงแรก เนื่องจากต้องปรับราคาให้สอดคล้องกับช่องทางอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคบางรายลดการซื้อลง เราประเมินขาดทุนหลักไตรมาส 3/59 จะอยู่ที่ประมาณ 5-10 ล้านบาท ซึ่งพลิกเป็นขาดทุน YoY เนื่องจากต้นทุนทางการตลาดของธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามที่สูง ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่ารายได้ดิจิตอลทีวีที่เพิ่มขึ้น เราคาดขาดทุนในแง่ QoQ ที่ลดลง 88-94% เป็นผลมาจากต้นทุนทางการตลาดที่ลดลงในขณะที่ยอดขายค่อยๆปรับตัวดีขึ้น

ปรับกำไรลดลง-มองไปถึงการเติบโตในปีหน้า

ก่อนหน้านี้บริษัทได้วางแผนที่จะออกผลิตภัณฑ์ความงามอีก 2 ตัวอย่างเป็นทางการ- Noble White และ Revive- ในครึ่งหลังของปี 2559 อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เลื่อนเวลาเปิดตัวไปเป็นช่วงต้นปี 2560 ดังนั้น เป้าหมายรายได้จากผลิตภัณฑ์นี้ที่บริษัทตั้งไว้ 600 ล้านบาท และที่เราประเมินไว้ 450 ล้านบาท คาดจะไม่สามารถเป็นไปตามเป้า เราจึงปรับลดประมาณการยอดขายปี 2559, 2560, และ 2561 ลง 7%, 16%, และ 15% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนยอดขายผลิตภัณฑ์ความงามที่ต่ำกว่าคาด อีกทั้งเราได้ปรับประมาณการกำไรหลักปี 2559, 2560, และ 2561 ลง 36% (มาอยู่ที่ 112 ล้านบาท), 32%, และ 19% ตามลำดับ เราได้เลื่อนราคาเป้าหมายไปในปี 2560 และให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 13 บาท