"ดับบลิวเอชเอ"เพิ่มเป้ารายได้ปีนี้ทะลุ 1.7 หมื่นล้านบาท ชี้ผลรับร่างรัฐธรรมนูญเสริมความเชื่อมั่นต่างชาติ เปิดแผน 5 ปี ลงทุน 4.3 หมื่นล้าน
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) WHA เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้ในปีนี้น่าจะทำได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ 17,000 ล้านบาท จากแรงหนุนของธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งลูกค้าสนใจลงทุนและเช่าคลังสินค้ามากขึ้น ขณะที่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมคาดว่ายอดขายที่ดินจะทำได้ถึง 1,100 ไร่ สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 1,000 ไร่ โดยครึ่งปีแรกนี้มียอดขายแล้ว 35% ของเป้าหมาย
“ช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและยานยนต์ ขณะที่ลูกค้าต่างประเทศก็หลากหลายมากขึ้น อาทิ จีน และยุโรป จากในอดีตที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น ขณะที่ผลการลงประชามติที่ออกมารับร่างฯ ช่วยให้นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ส่วนนโยบายการลงทุนนั้น แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงหลังการเลือกตั้ง ก็เชื่อว่าทุกรัฐบาลจะสนับสนุนนโยบายเหล่านี้ต่อเนื่อง เพราะเป็นสิ่งที่นักลงทุนตอบสนองดี”
บริษัทเปิดแผนการลงทุน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2559 - 2563 วางงบลงทุนไว้ที่ 43,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจหลัก 4 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์ 14,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าทั้งในและต่างประเทศ ช่วยเพิ่มพื้นที่เช่าเป็น 3.326 ล้านตารางเมตร จาก 2.2 ล้านตารางเมตรในปัจจุบัน
ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ตั้งงบลงทุน 14,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง แบ่งเป็นที่อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 แห่ง และในเวียดนาม 2 แห่ง พื้นที่รวม 10,000 ไร่ นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมพิเศษ รองรับการลงทุนด้านอากาศยาน ซึ่งจะลงทุนบริเวณสนามบินอู่ตะเภา
ธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้า งบลงทุน 11,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าอีก 7 แห่ง กำลังการผลิต 882 เมกะวัตต์ โดยจะทยอยจ่ายไฟฟ้าตั้งแต่ปลายปีนี้ จนถึงปี 2562 เมื่อแล้วเสร็จทั้งหมดจะทำให้มีกำลังการผลิตรวม 2,537 เมกะวัตต์ ขณะที่ส่วนของบริษัทอยู่ที่ 538 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าขยะ 20 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องรอนโยบายภาครัฐ
และธุรกิจดิจิทัล แพลตฟอร์ม เตรียมเงินลงทุน 4,000 ล้านบาท สร้างดาต้า เซ็นเตอร์ 5 แห่ง รวมทั้งสิ้น 5,100 แร็ค แบ่งเป็นในประเทศ 3,500 แร็ค และต่างประเทศ 1,600 แร็ค โดยบริษัทมีแผนจะนำธุรกิจนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน คาดว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 ปี
เน้นคุมหนี้ หวังเรตติ้งขยับเป็น A-
สิ้นปีนี้หรืออย่างช้าต้นปี 2560 บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) คาดว่าจะชำระหนี้ที่กู้มาซื้อบริษัท เหมราช ได้ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้หนี้สินต่อทุนลดลงไปเหลือ 1.8-1.9 เท่า จาก 2.5 เท่า ในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนการเงินลดลงต่ำกว่า 4% จากกว่า 5% โดยหลังจากนี้บริษัทจะเน้นควบคุมหนี้สินต่อทุนไม่ให้เกิน 1 เท่า และหนี้สินต่ออิบิด้าไม่ให้เกิน 4.5 เท่า เพื่อหวังให้อันดับเครดิตเรตติ้งของบริษัทขึ้นสู่ระดับ A- ในปี 2563 จากระดับ BBB+ ในปัจจุบัน และจะช่วยลดต้นทุนการเงินลง 0.5-1%
“เงินลงทุนในอนาคตนั้น กว่าครึ่งจะมาจากกระแสเงินสดในแต่ละปี ส่วนที่เหลือส่วนมากจะมาจากการออกหุ้นกู้เป็นหลัก เพราะดอกเบี้ยปัจจุบันต่ำกว่าการกู้แบงก์ ล่าสุดบริษัทได้ขอวงเงินไว้อีก 7,000 ล้านบาท จะทยอยออกขายจนครบในต้นปีหน้า”
ด้านโครงสร้างรายได้ ในปี 2563 คาดว่าบริษัทจะมีรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจร่วมทุนราว 21,000 ล้านบาท โดยคิดเป็นส่วนแบ่งกำไรราว 10% ขณะที่โครงสร้างรายได้จะเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันที่มาจาก โลจิสติกส์ 43% นิคมฯ 31% สาธารณูปโภคและไฟฟ้า 22% แต่ในปี 2563 จะมาจากโลจิสติกส์ 23% นิคมฯ 41% สาธารณูปโภคและไฟฟ้า 18% และดิจิทัล 18% ซึ่งจะช่วยให้รายได้แบบแน่นอน (recurring) เพิ่มขึ้นเป็น 49% จาก 5% ในปัจจุบัน









