รูปกราฟ V shape มีลุ้นไปต่อ
SET วันก่อนปรับตัวขึ้นตอบรับข่าว BOE ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.25% และใช้ QE 6 หมื่นล้านปอนด์ ระยะเวลา 6 เดือน ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,518.69 จุด (+10.76 จุด) Vol. 5 หมื่นลบ. โดย Foreign Net +984 ลบ., Net TFEX -508 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+ ผลโหวตประชามติรับร่างรธน. 61% ต่อ 39% และเห็นชอบคำถามพ่วง 58% ต่อ 42% คาดเลือกตั้งได้ช่วงปลายปี 2560 โดยมีขั้นตอนดังนี้
>> นายกฯทูลเกล้าฯร่างรธน.ภายใน 30 วัน
>> กรธ.จัดทำร่างพรบ.ประกอบรธน. 4 ฉบับ ภายใน 240 วัน
>> สนช.พิจารณาพรบ.ประกอบรธน. 4 ฉบับ ภายใน 60 วัน
>> จัดการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏร ภายใน 150 วัน
+ ตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวขึ้นตอบรับ BOE ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.25% และใช้ QE วงเงิน 6 หมื่นล้านปอนด์ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค.พุ่งขึ้น255,000 ตำแหน่ง (มากกว่าคาด)และอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.9%
+/- ราคาน้ำมันทรงตัวล่าสุด 42 US/Barrel จากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่เปิดใช้งานในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 7 แห่ง เป็น 381 แห่ง
+ TPCH, BCP, กลุ่มร่วมทุน ECF-FPI ผ่านเทคนิคโรงไฟฟ้าชีวมวลจังหวัดชายแดนใต้ 36 Mw
ตลาดหุ้นไทยได้ปัจจัยบวกจากผลโหวตรับร่างรธน.และคำถามพ่วง รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯพุ่งขึ้นและอัตราการว่างงานทรงตัวระดับต่ำ ซึ่งเป็นแรงหนุนต่อภาวะการลงทุน ดังนั้นประเมินว่า SET จะขึ้นทดสอบ High เดิมบริเวณ 1,530 - 1,535 จุด
กลยุทธ์การลงทุน ซื้อเก็งกำไรแบบ Selective Buy
- กลุ่มธนาคาร ค้าปลีก รับเหมาก่อสร้าง ผลโหวตรับร่างรธน.ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและประชาชนเพิ่มขึ้น
- IVL ราคาฝ้ายทำ High ในรอบ 2 ปี ล่าสุด 76.3 US/Tons
- BJC TASCO มีโอกาสเข้า MSCI Thailand รอบใหม่ ที่จะประกาศวันที่ 11 สิงหาคม (ทันหุ้น)
- กลุ่มปันผลครึ่งปีโดดเด่น INTUCH ADVANC TCAP KKP SPALI
- หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตขึ้น GFPT SPALI PTG SYNTEC COM7 BCP BANPU KCE SGP TFG ACAP KOOL FSMART MONO ERW SENA
หุ้นแนะนำพิเศษ
BCP ราคาปิด 36 บาท ราคาพื้นฐาน 36 บาท (Consensus สูงสุด 41 บาท)
- คาดกำไรปี 59 ที่ 4,716 ล้านบาท +13% และคาดกำไร Q2/59 ที่ 1.7 พันล้านบาท (+3,573%QoQ) เพราะไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น รวมถึงค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นราว 1 เหรียญฯ เป็น 6-6.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนื่องจากต้นทุนน้ำมันดิบของบริษัทลดลง และมี Stock Gain ราว 900 ล้านบาท
- นำ BCPG เข้าจดทะเบียนในช่วงเดือน ต.ค. โดยผู้ถือหุ้น BCP จะได้รับสัดส่วนการจอง 20 หุ้น BCP ต่อ 1 หุ้น BCPG XB 16 ส.ค.
หุ้นมีข่าว
- ประเด็นบวก BEM - รฟม.เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง(บางไผ่-เตาปูน)อย่างเป็นทางการ 6 ส.ค. ค่าโดยสาร 14-42 บาท
- GPSC (ราคาปิด 37 ราคา Consensus เฉลี่ย 37.88)
- รายงานกำไรไตรมาส 2 ที่ 686 ล้านบาทเติบโต 45%YoY แต่ลดลง 21%QoQ โดยกำไรปรับตัวลงรายไตรมาสเพราะไม่ได้รับเงินปันผลจากบริษัท ราชบุรีพาวเวอร์ จำนวน 180 ล้านบาท ขณะที่โรงไฟฟ้า SPP ที่ระยองมีปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำเพิ่มขึ้นตามความต้องการของลูกค้า อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้าศรีราชารายได้ลดลงตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติแม้ว่าจะส่งไฟฟ้าให้แก่ กฟผ.
- ฝ่ายวิจัยมีแนวโน้มปรับประมาณการเพิ่มขึ้นเนื่องจากกำไรไตรมาส 2 ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยกำไรครึ่งปีแรกคิดเป็น 70% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา โดยฝ่ายวิจัยจะเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 15 ส.ค. เพื่อรับทราบความคืบหน้าของโครงการต่างๆ
- BIZ (ราคาปิด 4.48 ราคาเหมาะสม 3.75) รายงานกำไรไตรมาส 2 ที่ 8.09 ล้านบาทเติบโต 1118%YoY และ 1,991%QoQ ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตในครึ่งปีหลังจากการทยอยส่งมอบงานในมือที่มีกว่า 640 ล้านบาท
** Globlex Securities เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนซึ่งจะได้รับค่าธรรมเนียมในฐานะผู้จัดจำหน่าย**
- SC (ราคาปิด 3.48 ซื้อ ราคาเหมาะสม 4.40 บาท) มั่นใจรายได้ปีนี้โตตามเป้า 15,000 ลบ. หลังครึ่งปีแรกมีรายได้เกินกว่า 50% ของเป้า พร้อมตุนแบ็กล็อกกว่า 5,000 ลบ. ขณะที่ครึ่งปีหลังเดินหน้าเปิดใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 14,000 ลบ. (ที่มา : ข่าวหุ้น)
ความเห็น : ฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็กประมาณการรายได้และกำไรที่ 1.5 หมื่นล้านบาทและ 2 พันล้านบาทซึ่งเติบโต 8% สำหรับ 2Q59 กำไรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกและทำ new high รายไตรมาสต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่มีกำไร 469 ลบ. โดย consensus คาดการณ์กำไร 2Q59 ราว 800 ลบ.
ECF-FPI จับมือยื่นขอ PPA โรงไฟฟ้าชีวมวลชายแดนใต้หวังได้ 36 MW ชูจุดเด่นวัตถุดิบพร้อม
- TPCH หวังได้ PPA โรงไฟฟ้าชีวมวลชายแดนใต้ครบ 36 MW เจรจาซื้ออีก 2-3 โครงการ
- PREB คาด Q2/59 กำไรทำนิวไฮหลังทยอยโอนคอนโดฯหนุน เลื่อนนำ"บิลท์แลนด์"เข้าตลาดหุ้นไปปี 60
- PDI ปรับแผนลงทุนโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่นเพิ่มมูลค่าลงทุนเล็กน้อย ขายล่วงหน้าโลหะสังกะสีเพิ่ม
- SCCC เข้าซื้อหุ้น 65% ในโฮลซิม(เวียดนาม)มูลค่า 1.87 หมื่นลบ.คาดแล้วเสร็จ Q4/59
- กกพ.ประกาศผลโรงไฟฟ้าชีวมวลชายแดนใต้สูงกว่าเป้าหมายการรับซื้อที่กำหนดไว้ที่ 36 MW เกือบ 7 เท่า 240.8 MW มีรายชื่อTPCH, BCP, RATCH และกลุ่มร่วมทุน ECF-FPI เข้าป้าย
- MAX ใช้เงินไม่เกิน 454.13 ลบ.เข้าถือหุ้นไม่เกิน 21.5% ในโรงไฟฟ้า SPP นิคมฯลาดกระบัง 120 MW
- FIRE เผยอยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการธุรกิจสินค้ากลุ่มวิศวกรรม กอดเงินสดเต็มมือกว่า 200 ล้านบาท กางแผนเล็งผุดคลังสินค้า หวังลดต้นทุน-หนุนฐานรายได้เพิ่ม คาดชัดเจนปีหน้า ส่วนทิศทางครึ่งปีหลังเตรียมคลอดสินค้าใหม่โกยเงินพร้อมติดเครื่องลุยงานใหม่มูลค่า 300 ล้านบาท (ที่มา : ทันหุ้น)
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ +191.48 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ทะยาน 191.48 จุด หรือ 1.04% ปิดที่ 18,543.53 จุด ดัชนี S&P500 บวก 18.62 ขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนี NASDAQ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐพุ่งขึ้นสูงเกินคาดในเดือนก.ค. จุด หรือ 0.86% ปิดที่ 2,182.87 จุด ดัชนี NASDAQ เพิ่มขึ้น 54.87 จุด หรือ 1.06% ปิดที่ 5,221.12 จุด
ตลาดน้ำมัน NYMEX -0.13 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 13 เซนต์ หรือ 0.31% ปิดที่ 41.80 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้ทำให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆ
ส่องหุ้น
- TKN แนวรับ 20.10-20.00 บาท แนวต้าน 21.20 บาท
ระดับราคาสามารถดีดกลับขึ้นมาทำ New high ในรอบ 3 สัปดาห์ และผ่านขึ้นไปปิดนอกกรอบ BollingerTop ได้ โดยมีวอลุ่มซื้อขายสูงขึ้นเล็กน้อย หากวันนี้ระดับราคาไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าแถวๆ 20.10-20.00 บาทอีก ระดับราคาจึงจะมีลุ้นขยับขึ้นทำ New high ต่อได้ถึงแถวๆ 21.20 บาทต่อไป
- SGP แนวรับ 16.90-17.20 บาท แนวต้าน 16.30-16.10 บาท
ระดับราคาสามารถดีดกลับขึ้นมาทดสอบจุดสูงสุดเดิมในรอบสัปดาห์และปิดได้ในระดับสูงสุดของวัน และมีวอลุ่มเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย หากวันนี้ระดับราคาไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าแถวๆ 16.30 บาทซะก่อน หรือเต็มที่ไม่หลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันที่ 16.10 บาทอีก จึงจะมีลุ้นปรับตัวขึ้นต่อได้แถวๆ 16.90-17.20 บาทต่ไป
- COM7 แนวรับ 11.00-10.90 บาท แนวต้าน 11.30 , 12.00 บาท
ระดับราคาสามารถดีดกลับขึ้นมาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้อีกครั้ง หลังจากผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันขึ้นมาได้ และมีวอลุ่มซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นพอสมควร หากวันนี้ระดับราคาไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าแถวๆ 11.00-10.90 บาทซะก่อน ระดับราคาจึงจะมีลุ้นดีดกลับต่อผ่าน 11.30 บาท ก่อนผ่านขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 12.00 บาทต่อไป








